| คอลัมน์: คุยเฟื่อง..เรื่องยานยต์: ตลาดรถยนต์ 11 เดือน ขาย 707,235 คัน |
|
| Saturday, 01 January 2011 10:17 | ||||
|
โดย...สยาม สิทธิศาสตร์ สิ้นปี...ยังไม่สิ้นใจครับ แม้ว่าประเทศไทยเราจะเผชิญกับภาวะวิกฤติทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองชนิดที่ถูลู่ถูไถไป กันแบบไม่เต็มสูบ เพราะถึงจะทุลัก ทุเลเพียงใดก็ตามรัฐบาลท่านก็ยังยิ้มได้ระรื่นชื่นชมกับผลงานของพวกท่านที่ผ่านมาว่าดีนักหลาย สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรเป็นโล้เป็นพายสักอย่าง...เฮ้อ! อนาคตคนไทย...
กระนั้นผลพวงจากการที่วิ่งไม่เต็มสูบทำให้ลูกสูบติดกระตุ๊กๆ แต่กระนั้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก็สร้างประวัติการณ์อีกครั้ง เพียงแค่ 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.2553) สามารถทำยอดขายถล่มทลายกว่า 707,235 คัน เข้าไปแล้ว เฉพาะเดือน พ.ย. เดือนเดียวทำยอดขายไปทั้งสิ้น 78,874 คัน เสี่ยวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยกับทีมงานข่าวยานยนต์ นสพ.บ้านเมือง ว่า ปริมาณการขายรถยนต์ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มียอดขายทั้งสิ้น 78,874 คัน เพิ่มขึ้น 38.3% ประกอบด้วยรถยนต์นั่ง 33,594 คัน เพิ่มขึ้น 39.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 45,280 คัน เพิ่มขึ้น 37.3% ซึ่งรวมรถกระบะขนาด 1 ตัน จำนวน 39,310 คัน เพิ่มขึ้น 36.1% ประเด็นสำคัญก็คือ ตลาดรถยนต์เดือน พ.ย. มีปริมาณการขาย 78,874 คัน เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไหลเข้าของเงินทุนทำให้มีปริมาณเงินในระบบมากขึ้น อันเป็นผลดีต่อการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แม้ว่าในบางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม สำหรับตลาดรถยนต์สะสม 11 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 707,235 คัน เป็นยอดขายที่สูงกว่ายอดขายทั้งปีของปี 2548 (703,432 คัน) ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมียอดขายรถยนต์สูงที่สุด ทั้งนี้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 48.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 54.1% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 44.2% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบกับความนิยมในรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี ในส่วนของตลาดรถยนต์ในเดือน ธ.ค. นี้ยังคงจะเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน เพราะเมื่อดูจากสถิติการขายแล้ว เดือน ธ.ค. จะเป็นเดือนที่มียอดขายสูงสุด โดยที่ทุกค่ายได้นำข้อเสนอพิเศษต่างๆ มาเสนอต่อผู้บริโภคเพื่อบรรลุเป้าหมายการขายของปี อีกทั้งยังมีงานมอเตอร์เอกซโปมาสนับสนุนอีกด้วย ประกอบกับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์รุ่นใหม่ รุ่นพิเศษ ที่เพิ่งแนะนำเข้าสู่ตลาด ซึ่งคาดว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้จะมีปริมาณการขายมากกว่า 780,000 คัน เสี่ยวุฒิกร กล่าว สำหรับปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือน พ.ย. รวม 78,874 คัน อันดับ 1 โตโยต้า 33,650 คัน เพิ่มขึ้น 36.9% ส่วนแบ่งตลาด 42.7%, อันดับ 2 อีซูซุ 15,443 คัน เพิ่มขึ้น 39.3% ส่วนแบ่งตลาด 19.6% และอันดับ 3 ฮอนด้า 10,146 คัน เพิ่มขึ้น 6.2% ส่วนแบ่งตลาด 12.9% ส่วนสถิติการจำหน่ายรถยนต์เดือน ม.ค.-พ.ย. ตลาดรถยนต์รวมมีปริมาณการขาย 707,235 คัน เพิ่มขึ้น 48.3% อันดับ 1 โตโยต้า 288,837 คัน เพิ่มขึ้น 42.8% ส่วนแบ่งตลาด 40.8%, อันดับ 2 อีซูซุ 135,363 คัน เพิ่มขึ้น 39.8% ส่วนแบ่งตลาด 19.1% และอันดับที่ 3 ฮอนด้า 102,094 คัน เพิ่มขึ้น 25.2% ส่วนแบ่งตลาด 14.4% แบ่งเป็นตลาดรถยนต์นั่ง 307,629 คัน เพิ่มขึ้น 54.1% อันดับ 1 โตโยต้า 125,876 คัน, อันดับที่ 2 ฮอนด้า 93,748 คัน และอันดับที่ 3 นิสสัน 27,024 คัน ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และรถกระบะดัดแปลง PPV) ยอดขายรวม 341,432 คัน เพิ่มขึ้น 42.1% อันดับ 1 โตโยต้า 145,568 คัน, อันดับ 2 อีซูซุ 125,676 คัน และอันดับ 3 มิตซูบิชิ 26,751 คัน โดยเป็นการขายรถกระบะดัดแปลง PPV ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน 35,717 คัน แบ่งเป็นโตโยต้า 18,367 คัน, มิตซูบิชิ 9,718 คัน, อีซูซุ 6,801 คัน และฟอร์ด 831 คัน สำหรับตลาดรถกระบะ Pure Pick up มียอดขาย 305,715 คัน อันดับ 1 โตโยต้า 127,201 คัน, อันดับ 2 อีซูซุ 118,875 คัน และอันดับ 3 นิสสัน 20,782 คัน ส่วนตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มียอดขาย 399,606 คัน อันดับ 1 โตโยต้า 162,961 คัน, อันดับ 2 อีซูซุ 135,363 คัน และอันดับ 3 มิตซูบิชิ 26,752 คัน เห็นตัวเลขแล้วก็น่าปลื้มใจแทนพี่ๆ น้องๆ ค่ายยานยนต์ต่างๆ เห็นมีข่าวจากวงในแจ้งมาว่า รับโบนัสกันกระเป๋าฉีก ยังไงก็แบ่งปันอานิสงส์ลงทั่วฟ้าให้ทั่วถึงสื่อเล็กๆ กันบ้างเน้อ...ฮา "ให้เหล้า...แช่ง...แช่งให้มันเอามาอีกขวด...ฮา ฮา" ถือโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2553 ต้อนรับปีใหม่ 2554 ขออำนาจพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงในสากลพิภพนี้ จงดลบันดาลแฟนานุแฟน "คุยเฟื่อง...เรื่องยานยนต์" และประชาชนชาวไทยจงแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ ตลอดปี 2554 และตลอดไปครับ...--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
|
||||








