Home Statistic Report อมตะรายได้พุ่ง4.5พันล.
อมตะรายได้พุ่ง4.5พันล. Print
Thursday, 02 September 2010 05:47
         เพิ่มเป้าขายที่ดิน2พันไร่AMATA ปรับเป้ายอดขายที่ดินปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,500-2,000 ไร่ จากเดิมตั้งไว้ 900 ไร่ เหตุมีลูกค้าจ่อเซ็นสัญญาในเดือน ก.ย.นี้ 11-12 ราย หลังลูกค้ายึดไทยเป็นฐานผลิต ปรับเป้ารายได้ปีนี้ 4,000-4,500 ล้านบาท "วิบูลย์" ลั่น 98% ทำได้ชัวร์นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายที่ดินในปีนี้เป็น 1,500-2,000 ไร่ จากเดิมตั้งเป้าไว้เพียง 900 ไร่ เนื่องจากบริษัทจะมีการเซ็นสัญญากับลูกค้าประมาณ 11-12 ราย ในช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่ต้องการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น ยุโรปและอเมริกา
โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ผลิตสินค้าในกลุ่มยานยนต์ และเครื่องมือทางการเกษตร ทั้งนี้ ครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขายที่ดินทั้งหมด 252 ไร่ ซึ่งสูงกว่าปีก่อนทั้งปีที่ขายได้เพียง 250 ไร่ขณะที่รายได้ในปีนี้ บริษัทก็ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4,000-4,500 ล้านบาท ตามเป้ายอดขายที่ดินที่เพิ่มขึ้น จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,335.76 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้จากการขายที่ดินในปีนี้อยู่ที่ระดับ 75% ของรายได้รวม"การปรับเพิ่มเป้าดังกล่าว บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ถึง 97-98% ภายใต้การเมืองปัจจุบัน และเป็นวัฏจักรของลูกค้าที่จะกลับมาใหม่ โดยเฉพาะลูกค้าเดิมที่มีความต้องการขยายกำลังการผลิตมากกว่าครึ่ง เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม เพราะมองว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ และเครื่องมือการเกษตร ซึ่งปัจจุบันลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อที่ดินขณะนี้มีประมาณ 11-12 ราย ส่วนใหญ่ยังคงเป็นลูกค้าญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา" นายวิบูลย์ กล่าวทั้งนี้ ปัจจุบันมีที่ดินที่พร้อมพัฒนาและขายในมือทั้งหมด จำนวน14,000 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จำนวน 8,500 ไร่ และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จำนวน 5,500 ไร่ ซึ่งมั่นใจว่าน่าจะเพียงพอกับความต้องการของลูกค้านายวิบูลย์ เปิดเผยว่า การที่นักลงทุนต่างประเทศยังมีความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจในประเทศไทย เพราะเขาแยกปัญหาการเมืองกับการทำธุรกิจออกจากกัน  โดยเขายังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิต (production base) ที่แข็งแรง ขณะที่ค่าครองชีพ (Cost of Living) ของไทยก็ยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ เชื่อว่านักธุรกิจไทยยังมีความสามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ รวมทั้งการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ นโยบายทางด้านภาษี หรือรายละเอียดที่เกี่ยวกับต้นทุนการผลิตของไทย มีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศจีน และเวียดนามส่วนปัญหามาบตาพุดนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะสามารถคลี่คลายได้ เพราะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีน่าจะเข้าใจและเห็นได้ชัดแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความบอบช้ำกับประเทศไทยมากขนาดไหนนอกจากนี้ นายวิบูลย์ ยังได้เปิดเผยถึงกรณีที่ราคาหุ้น AMATA ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ว่า นักวิเคราะห์และนักลงทุนคงมองเห็นอนาคตที่ดี เพราะ AMATA ถึงจะมีหนี้ แต่เป็นหนี้ที่สามารถจ่ายได้แม้เกิดวิกฤต และการที่บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัดมีสัดส่วนถือหุ้นเพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัทมากขึ้น โดยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาคิดว่าสะท้อนปัจจัยพื้นฐาน แต่คิดว่าพื้นฐานของบริษัทน่าจะทำให้ราคาหุ้น AMATA ยังปรับขึ้นไปได้อีกบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASP คาดการณ์แนวโน้มครึ่งปีหลังของปี 2553 จะเห็นการเติบโตของยอดขายที่ดินจากลูกค้าหลายรายรอเซ็นสัญญารวมกว่า 300 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และการขายที่ดินแปลงใหญ่จำนวน 400-500 ไร่ ให้แก่บริษัทแคนดานอล โดยฝ่ายวิจัยประมาณการยอดขายที่ดินปี 2553 ไว้ที่ 900 ไร่ (ไม่รวมยอดขายให้กลุ่ม Holley) เพิ่มขึ้นจาก 250 ไร่ ในปี 2552ส่วนธุรกิจโรงงานให้เช่าคาดว่าจะเห็นลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมี Occupancy rate ระดับ 90% ของพื้นที่รวม 7.7  หมื่นตร.ม. โดยรวมจึงคาดว่ากำไรงวดครึ่งหลังของปี 2553 จะเติบโตขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก ทำให้กำไรทั้งปี 2553 เท่ากับ 519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากปีก่อน ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาหุ้นที่เหมาะสม (Fair Value) อยู่ที่ 14.90 บาท เนื่องจากผลจากกำไรปี 2553 ที่ฟื้นตัวจากยอดขายที่ดินที่กลับสู่ระดับปกติ--จบ--


          กรุงเทพฯ--2 ก.ย.--ข่าวหุ้น