Home Statistic Report ดันไทยติด1ใน15ศักยภาพสูง
ดันไทยติด1ใน15ศักยภาพสูง Print
Thursday, 02 September 2010 05:45
          นายกฯฟัน 4-5 ปีได้เห็นดึงเอกชนร่วมลดคอร์รัปชั่น
          "อภิสิทธิ์" มั่นใจประเทศมีขีดความสามารถสูง เร่งอัดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเชื่อภายใน 4-5 ปีขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ จะติด 1 ใน 15 ของโลกพร้อมดึงเอกชนหากลไกร่วมลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ "Reforming to Drive Thailand through the Challenges"ในงานสัมมนาเรื่อง "โครงการกิจกรรมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" ว่า สถาบันจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขัน The International Institute for Management Development (IMD)ได้จัดอันดับความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ในปี 2553 อยู่ที่อันดับ 26 จากทั้งหมด 58 ประเทศทั่วโลก ซึ่งอยู่ระดับเดิมจากปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถในด้านการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของไทยกลับอยู่ที่อันดับ12 จาก 183 ประเทศทั่วโลก
ทำให้มั่นใจว่าขีดความสามารถการแข่งขันของไทยมีโอกาสขยับขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 15 ของโลกได้ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า แต่จะต้องทำงานอย่างหนักและขับเคลื่อนร่วมกันไปในทุกภาคส่วน พร้อมเตรียมดึงภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมกันหากลไกในการลดและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น
          ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสที่จะขยายตัวร้อยละ 7-7.5 และตั้งเป้าหมายว่าในระยะกลางและระยะยาว เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 4.5-5 ต่อปีหากจะให้เศรษฐกิจเติบโตกว่านี้ จะต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศช่วงที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดันการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถูกละเลยมานานพอสมควร ขณะนี้ได้เดินหน้าลงทุนระบบขนส่งโดยเฉพาะระบบราง ที่มีการอนุมัติงบประมาณ 150,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้ารวมทั้งการเจรจากับจีน เพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตร เชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการลงทุนในระบบชลประทาน สาธารณสุข เพื่อวางรากฐานให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยสูงขึ้น
          นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เช่น การให้บริการแบบจุดเดียว การทบทวนโครงสร้างภาษี เพื่อให้อัตราภาษีของไทยอยู่ในระดับที่แข่งขันกับต่างประเทศได้ และช่วยลดความซับซ้อนของระบบภาษี พร้อมกับการเสริมสร้างเศรษฐกิจภายในด้วยการปรับค่าแรง โดยไม่ให้เสียความสามารถแข่งขันในเชิงของต้นทุนของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระบบการวิจัยและพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม พร้อมกับการให้แรงจูงใจหากมีการถ่ายทอดเทค โนโลยีสู่ภาคธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยังต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะภาคการเกษตรและพลังงานที่ต้องมีการปรับปรุงโดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรให้คุ้มค่าและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ส่วนด้านบริการจะต้องสร้างแรงจูงใจและเปิดเสรีมากขึ้น เพราะไทยมีศักยภาพด้านบริการมาก--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

นายกฯมั่นใจ5ปีขีดแข่งขันของไทยขยับอันดับสูงขึ้น

          นายกรัฐมนตรีเชื่อขีดความสามารถแข่งขันของประเทศจะติด 1 ใน 15 ของโลกภายใน 4-5 ปีข้างหน้า พร้อมเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเสริมความแข็งแกร่ง
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนาเรื่อง โครงการกิจกรรมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่าสถาบันจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขัน The International Institute for Management Development หรือ IMD ได้จัดอันดับความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ในปี 2553 อยู่ที่อันดับ 26 จากทั้งหมด 58 ประเทศทั่วโลก ซึ่งอยู่ระดับเดิมจากปีที่ผ่านมา แต่ไทยมีขีดความสามารถในด้านการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ อยู่อันดับที่ 12 จาก 183 ประเทศทั่วโลก จึงมั่นใจว่า ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยมีโอกาสขยับขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 15 ของโลกได้ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า แต่จะต้องทำงานอย่างหนักและขับเคลื่อนร่วมกันไปในทุกภาคส่วน
          ทั้งนี้ ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสที่จะขยายตัวถึง 7-7.5% และยังตั้งเป้าหมายว่าในระยะกลางและระยะยาว เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4.5-5% ต่อปี ซึ่งหากจะให้เศรษฐกิจเติบโตกว่านี้ จะต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศ โดยช่วงที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดันการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถูกละเลยมานานพอสมควร ขณะนี้ได้เดินหน้าลงทุนระบบขนส่ง โดยเฉพาะระบบราง ที่มีการอนุมัติงบประมาณ 1.7 แสนล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้า รวมทั้งการเจรจากับจีน เพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตร เชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการลงทุนในระบบชลประทาน สาธารณสุข เพื่อวางรากฐานให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยสูงขึ้น

          ที่มา: http://www.komchadluek.net
 
Last Updated ( Thursday, 02 September 2010 05:47 )