| ยางไทยโกยรายได้ 4 แสนล้าน เบียดอิเล็กทรอนิกส์-ยานยนต์ |
|
| Wednesday, 14 July 2010 05:42 | ||||
|
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ฉลองครบรอบ 50 ปี ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 โดยจัดมหกรรมยางพารา 4 ภาค 5 ครั้ง ได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่ จ.สุรินทร์ภาคเหนือ ที่ จ.แพร่ ภาคตะวันออก ที่จ.จันทบุรี ภาคใต้ตอนบน ที่ จ.สุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนล่าง ที่ จ.สงขลา "ชัยวัฒน์ ฉันติกุล"รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) บอกว่า ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย จนกลายเป็นผู้ส่งออกยางมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกยาง 17.2 ล้านไร่ประมาณ 70% หรือ 9.7 ล้านไร่ เป็นการปลูกยางพันธุ์ดีแทนยางเก่า โดย สกย.และยังมีการปลูกยางในพื้นที่ใหม่อีก1.4 ล้านไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการกับ สกย.รวม 1.27 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 5 ล้านคน คิดเป็น 10% ของประชากรทั้งประเทศ ในปี 2552 ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางสร้างรายได้มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาทซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ สำหรับ 5 เดือนแรกของปีนี้สร้างรายได้มูลค่า 174,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางอีกราว29,000 ล้านบาท ราคายางเฉลี่ยในช่วงต้นปีอยู่ที่ 102 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าราคาสูงอย่างนี้ไปตลอดทั้งปี รายได้จากยางพาราจะสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ราคายางพาราในอนาคตขึ้นอยู่กับหลายตัวแปร เช่น การผลิต, การใช้ยางพาราของทั่วโลก, เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศจีน ถ้าอุตสาหกรรมรถยนต์เติบโต อุตสาหกรรมยางจะโตตาม, อัตราแลกเปลี่ยน, ราคาน้ำมัน, ผลผลิตจากน้ำมันพวกยางสังเคราะห์, ความร่วมมือของ 3 ประเทศผู้ผลิตยาง คืออินโดนีเซีย มาเลเซียไทย และสถานการณ์ทางการเมือง--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 - 18 ก.ค. 2553--
|
||||








