Home Statistic Report โฟกัสคมนาคมยุค "เพื่อนเนวิน" ทุบสถิติงบฯลงทุน 3 ปี 5.7 แสนล้าน
โฟกัสคมนาคมยุค "เพื่อนเนวิน" ทุบสถิติงบฯลงทุน 3 ปี 5.7 แสนล้าน Print
Thursday, 14 May 2009 06:19
          พลันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (Stimulus Package 2 : SP 2) หรือโครงการ SP 2 ช่วงปีงบประมาณ 2553-2555 วงเงินลงทุนรวม 1,431,330 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา สปอร์ตไลต์ก็โฟกัสไปที่ "พรรคภูมิใจไทย" ของกลุ่มเพื่อนเนวิน หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ

          เนื่องจาก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" สามารถกุมเม็ดเงินลงทุนภายใต้ SP 2 ไว้ในมือมากที่สุด โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกรดเอที่ครั้งนี้ทำลายสถิติได้รับการจัดสรรเงินลงทุนถึง 40% ของงบฯลงทุนโดยรวม 1.43 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเม็ดเงินกว่า  5.7 แสนล้านบาท

          หลังจากเคยน้ำตาตกในเพราะพลาดหวังจากการจัดสรรงบฯกลางปีแสนล้านบาทช่วงก่อนหน้านี้ เพราะครั้งนั้นได้รับจัดสรรงบฯเพียงแค่ 1,500 ล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครั้งนี้ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" คึกคักสุดๆ กับงบประมาณก้อนโตที่รออยู่เบื้องหน้า

          ประเดิมปี 2553 อัดฉีด 1.25 แสนล้าน

          นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วงเงินที่ ครม.อนุมัติให้กระทรวงคมนาคมลงทุนโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เกิดการจ้างงาน ตามนโยบายของรัฐบาลในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2555 นั้น รวมเบ็ดเสร็จ 571,523 ล้านบาท จากกรอบวงเงินลงทุนทั้งโครงการ 676,250 ล้านบาท แยกเป็นเงินลงทุนปี 2553 จำนวน 125,318 ล้านบาท ปี 2554 จำนวน 198,056 ล้านบาท และปี 2555 จำนวน 248,148 ล้านบาท ส่วนที่ถูกตัดไป 106,469 ล้านบาท จะผูกพันในปีงบประมาณต่อไป เนื่องจากบางโครงการใช้เวลาก่อสร้างเกิน 3 ปี

          "ครั้งนี้ได้รับการจัดสรรมาก เพราะโครงการของกระทรวงส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ตรงกับเหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด คือสามารถทำได้ทันที เกิดการจ้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงๆ"

          ผู้อำนวยการ สนข.แจกแจงว่า โครงการที่จะลงทุนภายใต้กรอบงบประมาณที่ได้รับแบ่งเป็น 5 ด้านด้วยกัน คือระบบรถไฟฟ้า ขนส่งทางราง ขนส่งทางถนน ขนส่งทางน้ำ และขนส่งทางอากาศ ซึ่งบางส่วนเป็นโครงการอยู่ในงบประมาณปี 2553 แม้งบฯปี 2553 ของกระทรวงคมนาคมจะถูกตัดไปเหลือแค่ 7 หมื่นล้านบาทเศษ แต่ได้รับจัดสรรมาอยู่ในงบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 แทน

          เร่งรถไฟฟ้า 5 สาย 1.6 แสนล้าน

          ตามแผนการดำเนินงาน กระทรวงการคลังจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 พร้อมดำเนินการทันทีในปีงบประมาณ 2552-2553 วงเงินลงทุนรวม 91,137 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ระบบรถไฟฟ้า เป็นการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าระยะแรก จำนวน 5 สายทาง 6 ช่วง ระยะทาง 118 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 3 ปี 162,060 ล้านบาท จากกรอบโดยรวมทั้งโครงการ 168,586 ล้านบาท

          แยกเป็นโครงการระบบรถไฟฟ้า 4 สายทาง จำนวน 77 โครงการ ดำเนินการโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แก่ สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ  38,765 ล้านบาท สายสีเขียวอ่อน ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ  18,514 ล้านบาท สายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่  24,184 ล้านบาท สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค  30,891 ล้านบาท และโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง ระยะทาง 41 กิโลเมตร ดำเนินงานโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)     มีสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน  6,713 ล้านบาท และช่วง    บางซื่อ-รังสิต  42,993 ล้านบาท

          2.ขนส่งทางราง เงินลงทุนรวม  17,636 ล้านบาท  อยู่ในความรับผิดชอบของ ร.ฟ.ท.แยกเป็นจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า 308 คัน  770 ล้านบาท จัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าพร้อมอะไหล่ จำนวน 7 คัน  1,050 ล้านบาท จัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า จำนวน 7 คัน 833 ล้านบาท ปรับปรุงทางระยะที่ 5 ช่วงแก่งคอย-แก่งเสือเต้น สุระนารายณ์-บัวใหญ่ ชุมทางถนนจิระ-บัวใหญ่ ระยะทาง 308 กิโลเมตร  6,809 ล้านบาท ปรับปรุงทางระยะที่ 6 ช่วงชุมทางบัวใหญ่-หนองคาย ระยะทาง 278 กิโลเมตร 5,423 ล้านบาท จัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าพร้อมอะไหล่ 13 คัน 1,950 ล้านบาท ปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ 800 ล้านบาท

          ถนนปลอดฝุ่น 3 ปี ทะลุ 3.4 หมื่นล้าน

          3.ขนส่งทางถนนของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) วงเงินรวม 3 ปี 154,560 ล้านบาท จากกรอบทั้งโครงการ 192,629 ล้านบาท มีโครงการแก้ไขปัญหาจราจรพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และเมืองหลัก มีแยก ทล.บางปู-คลองกระบือ ตอน 2 ส่วนที่ 1 และ 2 และต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 9 วงเงิน 2,820 ล้านบาท ทางสนับสนุนการขนส่งแบบต่อเนื่อง 670 ล้านบาท ขยาย 4 เลน   11,579 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง 7,200 ล้านบาท ก่อสร้าง บูรณะ ปรับปรุงสะพานทั่วประเทศ 1,700 ล้านบาท บูรณะทางสายหลัก 12,000 ล้านบาท

          ทางหลวงเชื่อมระหว่างประเทศ สายชุมพร-กระบุรี ตอน 1 เชิงเขาตะนาวศรี-กอกะเร็ง 872 ล้านบาท ปรับปรุงทางหลวงเพื่อการท่องเที่ยว ตัดผ่านชุมชน ปรับปรุงลาดยาง 9,100 ล้านบาท บำรุงรักษาทาง 51,631 ล้านบาท งานอำนวยความปลอดภัย เช่น ติดตั้งไฟฟ้า ไฟสัญญาณจราจร ตีเส้น เครื่องหมายจราจร 12,870 ล้านบาท โครงการถนนปลอดฝุ่น 34,340 ล้านบาท สะพานนนทบุรี 1 วงเงิน 3,796 ล้านบาท ถนนสายแยก ทล. 314-อ.ลาดกระบัง 3,536 ล้านบาท ถนนต่อเชื่อมราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษก  (แนวตะวันออก-ตะวันตก) 2,450 ล้านบาท

          3.ขนส่งทางอากาศ ตัดงบฯซื้อเครื่องบินของบริษัทการบินไทย กว่า 4.9 หมื่นล้านบาทออก ให้รอแผนฟื้นฟูกิจการ จึงเหลือเงินลงทุน 1,638 ล้านบาท มีปรับปรุงท่าอากาศยานในภูมิภาค 4 แห่งที่ปาย หัวหิน กระบี่ และนราธิวาส  662 ล้านบาท ปรับปรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภา วงเงิน 976 ล้านบาท

          ดันมอเตอร์เวย์ "บางปะอิน-โคราช"

          เพิ่มด่วนใหม่ "ศรีรัช-วงแหวนรอบนอก"

          สำหรับประเภทที่ 2 เป็นโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นตอนต่างๆ แต่สามารถดำเนินการในปี 2553-2554 วงเงินลงทุนรวม 3 ปี 164,286 ล้านบาท ได้แก่ 1.ระบบรถไฟฟ้า วงเงินลงทุนรวม 54,116 ล้านบาท เป็นงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าต่อจาก     ระยะแรก ขณะนี้กำลังทำแบบรายละเอียดและทบทวนแผนแม่บท

          ประกอบด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม จากสะพานใหม่-ลำลูกกา  14,219 ล้านบาท สายสีเขียวอ่อน จากสมุทรปราการ-บางปู 7,419 ล้านบาท สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี  22,266 ล้านบาท สายสีน้ำตาล ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี  10,212 ล้านบาท 2.ขนส่งทางราง วงเงินลงทุนรวม 11,970 ล้านบาท คือ รถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย  10,900 ล้านบาท จัดหาและติดตั้งระบบโครงข่ายโทรคมนาคมทั่วประเทศ 1,880 ล้านบาท

          3.การขนส่งทางถนน วงเงินลงทุนรวม 47,664 ล้านบาท มีมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา  18,400     ล้านบาท โครงการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และเมืองหลัก ว5,140 ล้านบาท ทางสนับสนุนการขนส่งต่อเนื่อง  4 สายทาง  4,830 ล้านบาท ทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 17,552 ล้านบาท

          สร้างท่าเรือปากบารา-ขยายสุวรรณภูมิ เฟส 2

          4.การขนส่งทางน้ำ วงเงิน 7,808 ล้านบาท ของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (ขน.) มีก่อสร้างท่าเทียบเรือปากบารา 5,410 ล้านบาท ก่อสร้างท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ 1,296 ล้านบาท สร้างเขื่อนยกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่านเพื่อการเดินเรือ 776 ล้านบาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของ ขน. 13 โครงการ 326 ล้านบาท

          5.ขนส่งทางอากาศ วงเงิน 42,727 ล้านบาท มีขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. วงเงิน 42,503 ล้านบาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของ ขอ. 224 ล้านบาท

          ประเภทที่ 3 เป็นโครงการเริ่มดำเนินการในปี 2554 วงเงินลงทุนรวม 3 ปี 71,344 ล้านบาท  จากกรอบทั้งโครงการ 82,037 ล้านบาท ได้แก่ 1.ระบบรถไฟฟ้า เงินลงทุน 14,301 ล้านบาท     มีรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมากและบางซื่อ-หัวลำโพง  228 ล้านบาท สายสีเหลืองอ่อน ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ  4,830 ล้านบาท สายสีเหลืองเข้ม   ช่วงพัฒนาการ-สำโรง  9,243 ล้านบาท

          ลุยมอเตอร์เวย์บางใหญ่-เมืองกาญจน์

          ทุ่ม 4 พันล้านผุดไอซีดีแห่งที่ 2

          2.ขนส่งทางราง วงเงิน 10,979 ล้านบาท จากกรอบทั้งโครงการ 19,672 ล้านบาท มีก่อสร้างสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) แห่งที่ 2 วงเงิน 4,000 ล้านบาท จัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าพร้อมอะไหล่ จำนวน 50 คัน 628 ล้านบาท จัดหาขบวนรถโดยสารรูปแบบชุด 6 ขบวน 435 ล้านบาท จัดหาเดินขบวนรถโดยสารดีเซลปรับอากาศเพื่อเปิดเดินขบวนใหม่ 20 ขบวน 405 ล้านบาท จัดหารถดีเซลรางธรรมดาพร้อมอะไหล่ 58 คัน  226 ล้านบาท ปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณไฟสีทั่วประเทศ 2,261 ล้านบาท ซ่อมบำรุงรถจักร 56 คัน 3,024 ล้านบาท

          3.ขนส่งทางถนน วงเงินลงทุนรวม 46,031 ล้านบาท ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด 6,220 ล้านบาท มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี 7,940 ล้านบาท ถนนต่อเชื่อมราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ-ใต้)  2,500 ล้านบาท ทางด่วนขั้นที่ 3 สายใต้ ตอน S2 วงเงิน    28,871 ล้านบาท ก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าจังหวัดศูนย์กลางการขนส่ง และจังหวัดชายแดน 500 ล้านบาท 4.ขนส่งทางอากาศ    วงเงิน 33 ล้านบาท เป็นค่าปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร      และปรับปรุงระบบไฟฟ้าท่าอากาศยานนราธิวาส

          ดีเดย์เปิดประมูล ก.ย.

          นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า สำหรับกรอบการดำเนินการโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 มติ ครม.ให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด  โดยเตรียมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้สามารถเร่งเบิกจ่ายงบฯลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 เป็นต้นไป ในส่วนของกระทรวงคมนาคมพร้อมอยู่แล้ว หลังจากกระทรวงการคลังนำกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเสร็จเรียบร้อย ก็ดำเนินการได้ทันที เช่น โครงการถนนปลอดฝุ่น ฯลฯ จะเริ่มประมูลงานได้ตั้งแต่กันยายนนี้เป็นต้นไป ขณะที่โครงการอื่นๆ ก็จะทยอยเปิดประมูลตามแผนและกรอบเวลาที่กำหนดไว้

          หน้า 2--จบ--



          --ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 14 - 17 พ.ค. 2552--



          ที่มา: http://www.matichon.co.th/prachachart
Last Updated ( Wednesday, 05 May 2010 15:47 )