| อนาคตเมื่อโลจิสติกส์ไล่ล่าไทยสร้างพื้นฐานยังไม่ใช่คำตอบในการแข่งขัน? |
|
| Tuesday, 31 August 2010 05:11 | ||||
|
คอลัมน์: โต๊ะกลมระดมความคิด: อนาคตเมื่อโลจิสติกส์ไล่ล่าไทยสร้างพื้นฐานยังไม่ใช่คำตอบในการแข่งขัน? ปราณีต ขิระนะ
This e-mail address is being protected from spambots, you need JavaScript enabled to view it
ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของนายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้กล่าวให้สติแก่รัฐบาลว่า ถ้ายังไม่คิดหาช่องทางการหารายได้ เพื่อรองรับงบประมาณรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่รัฐมุ่งเน้นใช้จ่ายจำนวนมาก รวมทั้งรายจ่ายประจำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี คาดว่าจะทำให้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าช่องว่างจากการใช้จ่ายประจำจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เม็ดเงินเพื่อการลงทุนขั้นพื้นฐานอาจลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ...
มีคำถามน่าสนใจว่า หากประเทศไทยละเลยที่จะฟื้นภาคการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก อาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยหายไปจริงไหม?...คำตอบนั้นเราอาจระบุให้เป็น Yes หรือNo คงไม่ได้สำหรับโลกการแข่งขันยุคใหม่ สำหรับส่วนของ Yes นั้นเห็นจะต้องตอบรับว่าข้อสังเกตของผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศธนาคารแห่งประเทศไทย นับเป็นความจริงอย่างยิ่ง เพราะไทยได้ขาดความต่อเนื่องเกี่ยวกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกำลังกวดมาติดๆชนิดหายใจรดต้นคอ...แต่คำตอบรับที่บอกว่า Yes คงต้องแทรก No ขึ้นมาคั่นกลางอยู่ด้วยเหมือนกัน? โดยข้อเท็จจริงนั้นศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสำหรับโจทย์ในยุคใหม่คงไม่ได้จำกัดเฉพาะปัญหาของโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น ยังมีประเด็นสำคัญในการจัดการด้านโลจิสติกส์ของแต่ละชาติบ้านเมือง บางทีโครงสร้างพื้นฐานนั้นอาจไม่พอเพียงที่จะยกขีดความสามารถในการแข่งขัน ถ้าหากเรายังขาดความเข้าใจและไม่มีศักยภาพของตัวเองที่จะพัฒนางานโลจิสติกส์ให้ยกระดับขึ้นไปด้วย... ความเป็นจริงของประเทศไทยนั้นมีสัดส่วนโลจิสติกส์สูงถึง18.6% ของจีดีพี มันยังห่างไกลและเปรียบเทียบไม่ได้เลยกับหลายประเทศที่พัฒนาไปไกลกว่า ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีต้นทุนโลจิสติกส์ 10% ยุโรปโดยภาพเฉลี่ยเท่ากับ 7% ญี่ปุ่นก็มีตัวเลขเพียง11% เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเช่นนี้ ย่อมเท่ากับต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยนับว่าสูงมาก ตรงนี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้เรื่องโครงสร้างพื้นฐานถ้าจะเข้าเผชิญหน้าในสนามแข่งขันทางด้านการค้าทั้งในระดับนานาชาติหรือแม้กระทั่งเพียงขอบเขตของภูมิภาค? กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการค้าในระยะ 5 ปี เพื่อกำหนดให้ไทยเป็นชาติทางการค้า เนื่องจากเห็นว่าในปัจจุบันเรามีตัวเลขการค้าและบริการมีมูลค่าสูงถึง 9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 90% ของจีดีพี...การค้านั้นจึงเป็นผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหมด กระทรวงพาณิชย์จึงคิดยุทธศาสตร์ที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยขณะนี้สัดส่วนของการค้าต่างประเทศมีสูงถึง 70% ดังนั้น เลยคิดวางเป้าสำหรับระยะ 5 ปีข้างหน้าผลักดันให้ในประเทศมุ่งขยายตัวเพิ่มเติมเป็น 40%...ข้อมูลตรงนี้ของกระทรวงพาณิชย์คงจะไม่ไปวิจารณ์อะไรให้เสียความคิดและความตั้งใจ แต่ก็อยากตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ไทยเราอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศโดยถ้าเราปล่อยให้ต้นทุนโลจิสติกส์ดำเนินไปเช่นนี้ ซึ่งยังน่าสงสัยที่ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์แห่งชาติได้ตั้งเป้าในการลดต้นทุนตรงนี้ให้เหลือ 16% ภายในปี 2554 จะสามารถกระทำอย่างนั้นได้จริงหรือ? คือภายใต้ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงแล้วยังดูจะลดไม่ลงกันได้ง่ายๆ กระทรวงพาณิชย์ไม่พักต้องประกาศปรับให้การค้าในประเทศขยับสัดส่วนจาก30% ไปสู่ 40%...หากชะตากรรมของการยกระดับโลจิสติกส์ซึ่งหมายถึงการลดต้นทุนที่สำคัญและเป็นนัยในการแข่งขันยังดำเนินไปเช่นนี้ ไทยเราก็ต้องสูญเสียศักยภาพในทางการค้ากับต่างประเทศอยู่แล้ว มันเป็นเงาตามตัว ทั้งยังสงสัยว่าต้นทุนโลจิสติกส์ภายในประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไป มิใช่เป็นการปรามาสชาติตัวเอง เพราะเผลอๆอาจเป็นไปได้ที่มีโอกาสสูญเสียการแข่งขันและส่วนแบ่งในประเทศด้วยซ้ำ? ในเมื่อกระทรวงพาณิชย์คิดแต่จะค้า อุตสาหกรรมคอยแต่ผลิตและควบคุมโรงงาน กระทรวงคมนาคมนั่นก็มีแต่โครงการใหญ่สร้างถนนหนทางลูกเดียว ไม่ค่อยมีใครเข้าใจถึงกระบวนการโลจิสติกส์ที่ต้องบูรณาการ เห็นเป็นเพียงเรื่องการเคลื่อนย้ายและจัดการสินค้าเท่านั้น ยังมีอะไรอีกมากมายในกระบวนการโลจิสติกส์และการควบคุมดำเนินการตลอดห่วงโซ่อุปทานที่จะต้องยกระดับ และพัฒนาขึ้นมา ขืนปล่อยเอาไว้อย่างนี้อนาคตประเทศไทยก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร? ถ้าหากเราถูกต้นทุนแข่งขันด้านโลจิสติกส์กลายเป็นมีดจ่อแผ่นหลังเช่นนี้...หรือปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ถึงตอนนั้นแค่ระดมทุ่มกับโครงสร้างพื้นฐานก็อาจช่วยอะไรไม่ได้?อนาคตประเทศไทยไม่รู้จะเป็นอย่างไร หากเราถูกต้นทุนแข่งขันด้านโลจิสติกส์ กลายเป็นมีดจ่อแผ่นหลังเช่นนี้--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
|
||||








