Home
สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดเดินรถไฟสายประวัติศาสตร์ไทย-สปป.ลาว Print
Friday, 06 March 2009 17:15
         หนองคาย-สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานเปิดการเดินขบวนรถไฟสายประวัติศาสตร์เที่ยวปฐมฤกษ์ ระหว่างสถานีรถไฟไทย-สปป.ลาว "หนองคาย-ท่านาแล้ง"
          วานนี้(5 มี.ค.) เวลา 08.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนาชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประทับรถไฟพระที่นั่งจากสถานีรถไฟอุดรธานี เสด็จพระราชดำเนินยังสถานีรถไฟหนองคายถึงเวลาประมาณ 09.00 น. เพื่อเป็นองค์ประธานเปิดการเดินขบวนรถไฟสายประวัติศาสตร์เป็นปฐมฤกษ์ ระหว่างสถาบันรถไฟไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.) "หนองคายถึงเวลาประมาณ 09.00 น. เพื่อเป็นองค์ประธานเปิดการเดินขบวนรถไฟสายประวัติศาสตร์เป็นปฐมฤกษ์ ระหว่างสถานีรถไฟไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.) "หนองคาย-ท่านาแล้ง" ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร
          ในการนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายกษิตย์ ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ, นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการ จ.หนองคาย นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษาประชาชนใน จ.หนองคาย เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น
          พร้อมกันนี้ ทางฝ่ายลาวนำโดยนายสมมาด พนเสนา รมว.โยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว, นายลัดตะนะมะนี คุนพิวง ปลัดกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง, นายกอบแก้ว หลวงโดด รองอธิบดีกรมพิธีการทูต, นายสมปอง พนเสนา รองหัวหน้าองค์การรถไฟลาว นำคณะเฝ้ารับฯ เสด็จด้วย
          ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จประทับพระราชอาสน์ หน้าสถานีรถไฟหนองคาย นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร จากนั้นนายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการเดินรถไฟ และกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ เปิดห้องสมุดการรถไฟแห่งสายประวัติศาสตร์เป็นปฐมฤกษ์ระหว่างสถานีรถไฟไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หนองคาย-ท่านาแล้ง
          จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลั่นระฆังปล่อยขบวนรถไฟแล้วเสด็จประทับรถไฟพระที่นั่ง จากสถานีรถไฟหนองคาย เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานีรถไฟท่านาแล้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในเวลาประมาณ 10.00 น. และทรงประกอบพิธีเปิดรถไฟร่วมกับนายบุญยัง วอละจิต รองประธานประเทศลาวหลังเสร็จสิ้นพิธี ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่กำแพงนครเวียงจันทน์
          ภายหลังพิธีเปิดเดินขบวนรถไฟฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยสถานีรถไฟหนองคายได้จัดให้มีการจำหน่ายตั๋วโดยสารพิเศษที่ระลึกพิธีเปิดการเดินรถไฟเป็นปฐมฤกษ์ ระหว่างประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ช่วงหนองคาย-ท่านาแล้ง ซึ่งเป็นการ์ดที่ระลึกขนาด 5.4x8.5 เซนติเมตร หนา 0.5 เซนติเมตร พิมพ์ 4 สี เป็นภาพสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว
          บัตรโดยสารนี้จะมีหมายเลขเรียงลำดับจาก 1-999 โดยเลข 1 ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่วนหมายเลขทั่วๆ ไปจำหน่ายราคาตั้งแต่ 299 บาท จนถึง 999 บาท ตามความสวยของเลข ซึ่งการจำหน่ายตั๋วโดยสารพิเศษที่ระลึกพิธีเปิดการเดินรถไฟปฐมฤกษ์ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวเข้าคิวรอซื้อจำนวนมาก
          นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า การเปิดเดินรถไฟสายประวัติศาสตร์วันนี้ ถือเป็นการให้บริการเดินรถไฟเชื่อมต่างประเทศเป็นเส้นทางแรกของ ร.ฟ.ท.คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการวันละประมาณ 500 คน
          ด้านนายทวีป เสือรอด นายสถานีรถไฟหนองคายกล่าวว่า ในเบื้องต้นกำหนดขบวนรถไฟวิ่งบริการเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 เที่ยว หรือ 4 ขบวน คือ เที่ยวแรกออกจากสถานีหนองคาย เวลา 10.00 น. ถึงสถานีท่านาแล้ง จากนั้นในเวลา 11.00 น. ออกจากสถานีท่านาแล้งกลับหนองคาย เที่ยวที่สองเป็นช่วงบ่ายเวลา 16.00 น. ออกจากสถานีหนองคาย ถึงสถานีท่านาแล้ง จากนั้นเวลา 17.00 น. ออกจากสถานีท่านาแล้งกลับหนองคาย ใช้เวลาเดินรถไฟในแต่ละช่วง 15 นาที อัตราค่าโดยสารตู้นอนคนละ 50 บาท ตู้ปรับอากาศ 30 บาท ชั้น 2 ธรรมดาคนละ 20 บาท และทุกคนต้องทำหนังสือผ่านแดนก่อนเดินทางทุกครั้ง
          ขณะที่ประชาชนและนักธุรกิจในจ.หนองคาย มั่นใจว่า การเปิดใช้เส้นทางรถไฟไทย-ลาว นอกจากจะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวลาวแล้ว ยังเป็นผลดีต่อการค้าและการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศด้วย
          อนึ่ง สำหรับสถานีรถไฟไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หนองคาย-ท่านาแล้ง เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2549 แล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2551 เชื่อมต่อสถานีรถไฟหนองคายไปยังสถานีท่านาแล้ง ประเทศลาว ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร โดย 2 ประเทศได้ร่วมลงนามในสัญญารับการช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย ในวงเงิน 197 ล้านบาท--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน