| สัมภาษณ์: "ชัชชาติ"หนุนบริษัทลูกร.ฟ.ท.แข่งประมูลเดินรถไฟฟ้า |
|
| Friday, 03 February 2012 08:20 | ||||
|
นงนภัส ไม้พานิชย์ หนึ่งในแผนงานสำคัญของกระทรวงคมนาคม คือการก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สายทาง ระยะทางกว่า 400 กม. มูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท โดยกระทรวงฯ ตั้งเป้าว่าจะเซ็นสัญญาจ้างก่อสร้างให้ได้ภายใน 3 ปี และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะต้องจัดหาผู้ให้บริการเดินรถในโครงการเหล่านี้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ กรุงเทพธุรกิจ ว่า จะเร่งผลักดันบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถแอร์พอร์ตลิงค์ ทำหน้าที่บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าเส้นทางอื่นด้วย เพราะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีน้อยราย และเป็นหน่วยงานเอกชน ขณะที่บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ หากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสามารถบริหารจัดการเดินรถได้ จะเป็นประโยชน์ในภาพรวม อาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดินรถต่ำลง สามารถควบคุมอัตราค่าโดยสารได้ การจ้างเอกชนบริหารจัดการเดินรถ รัฐจะมีความเสี่ยงเรื่องรายได้ แต่สามารถควบคุมอัตราค่าโดยสารได้ ส่วนการให้สัมปทานเอกชนเดินรถ รัฐจะไม่สามารถควบคุมอัตราค่าโดยสารได้ ผมเชื่อว่าบริษัทรถไฟฟ้าฯ สามารถพัฒนาบริการได้ โดยรัฐต้องให้ความสำคัญ และศึกษาปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดวิธีแก้ปัญหาต่อไป นายชัชชาติ กล่าว อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ อยู่ระหว่างรวบรวมปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อนำมาเป็นพื้นฐานการคำนวณก่อนกำหนดนโยบายการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงเวลาที่มีปริมาณผู้โดยสารน้อย ซึ่งการใช้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไม่จำเป็นต้องรอให้โครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น สามารถดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ส่วนรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ต้องเจรจากับผู้รับสัมปทาน คือบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอลต่อไป โดยหลักการคือเอกชนจะไม่เสียประโยชน์จากเดิม เพราะเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ หากรายได้ลดลงรัฐบาลจะให้การชดเชย แต่หากคำนวณแล้วพบว่าต้องชดเชยมาก รัฐจะไม่ใช้นโยบายค่าโดยสาร 20 บาทในโครงการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีความชัดเจนภายใน 1 เดือน ทั้งนี้ ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีมีผู้ใช้บริการในวันธรรมดา ช่วง 06.00-09.00 น. ประมาณ 1.6 หมื่นเที่ยวต่อชั่วโมง ส่วนช่วง 10.00-15.30 น. มีผู้โดยสารใช้น้อยมาก ประมาณ 2,000-3,000 เที่ยวต่อชั่วโมง โดยเฉลี่ยผู้โดยสารจะใช้บริการรวม 5 สถานี อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 25 บาท ส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าธรรมดา วันละ 34,866 เที่ยว และรถไฟฟ้าด่วนวันละ 2,451 เที่ยว นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะเตรียมความพร้อมด้านการขนส่ง เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยการปรับปรุงกฎระเบียบด้านการขนส่ง ซึ่งดำเนินการได้เร็ว และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศ โดยกระทรวงฯ ตั้งคณะทำงานเตรียมการรองรับเออีซี ซึ่งมีตนเป็นประธาน คาดว่าจะประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า และต้องศึกษาว่ามีจุดใดในอาเซียนยังไม่สามารถเชื่อมโยงการขนส่งได้ และจะเชื่อมโยงการเดินทางในภาพรวมของโลกได้อย่างไร การเดินทางระหว่างอาเซียนใช้ระบบถนนมาก ส่วนเส้นทางรถไฟมีหลายประเทศที่ยังไม่เชื่อมโยง เช่น กัมพูชา และลาว แต่ในอนาคตต้องพัฒนาระบบรถไฟ เพราะสินค้าจากจีนต้องอาศัยรถไฟ และไทยมีความได้เปรียบในการเชื่อมโยงการเดินทางในอาเซียน เพราะอยู่ในทำเลที่เป็นจุดศูนย์กลาง หากไม่พัฒนา ประเทศอื่นๆ อาจเลี่ยงเส้นทางผ่านไทย แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าที่ผ่านเข้ามา ไม่ใช่เป็นแค่ประเทศทางผ่าน นายชัชชาติ กล่าว อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงการในอนาคต ต้องคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยต้องศึกษาว่าสินค้าส่วนใหญ่มาจากที่ใด และมีจุดปลายทางที่ใด รวมทั้งประเภทของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เพื่อจัดระบบการขนส่งรองรับที่เหมาะสม เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ต้องแยกให้ชัดเจนว่าจะรองรับการขนส่งสินค้าหรือขนส่งผู้โดยสาร เพื่อกำหนดความเร็วและขนาดรถไฟให้เหมาะสม ผมเห็นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งจะเชื่อมต่อการขนส่งจากจีน ต้องรองรับสินค้าและผู้โดยสารควบคู่กัน จึงไม่จำเป็นต้องมีความเร็วสูงมาก แต่รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ น่าจะเป็นรถไฟฟ้าเพื่อรองรับการขนส่งผู้โดยสาร สามารถใช้ความเร็วได้ เพราะต้องแข่งขันกับการขนส่งทางอากาศ นายชัชชาติ กล่าว "ต้องผลักดันร.ฟ.ท.เดินรถในโครงการอื่น ๆ เพราะปัจจุบันมีผู้ให้บริการน้อยรายและเป็นเอกชน" > ชัชชาติ สิทธิพันธุ์--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
|
||||


