| การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์-คัมบังมาใช้ในกระบวนการผลิตรถยนต์ |
|
| Friday, 27 January 2012 08:18 | ||||
|
คอลัมน์: มองหลากมิติ: การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์-คัมบังมาใช้ในกระบวนการผลิตรถยนต์ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย (จำกัด)(E-Kanban System Implementation for Cars Manufacturingat Toyota Motor Thailand Co., LTD) อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์นับว่าเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความยุ่งยากซับซ้อน โดยเฉพาะกระบวนการผลิตรถยนต์ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งยังมีต้นทุนในการผลิตค่อนข้างสูง จึงเป็นความท้าทายของผู้บริหารที่จะต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการให้มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
เพื่อก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง เราได้ทำการศึกษามุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตรถยนต์ของบริษัทโตโยต้า โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ไม่ต้องการให้มีการจัดเก็บสินค้าคงคลังและคงค้างอยู่ในกระบวนการผลิตอีกต่อไป หรือที่เรียกกันว่าระบบJust in time (JIT) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการดังกล่าวคือ ระบบ E-Kanban (Electronics Kanban) ซึ่งเป็นการนำหลักปฏิบัติของระบบ Kanban แบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีทางด้าน IT โดยระบบนี้จะช่วยให้บริษัทลดจำนวน Work In Process และเพิ่มจำนวนผลผลิต ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพและรักษาระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ลดพื้นที่ที่ใช้ในการทำงานและพื้นที่ที่ใช้ในการเก็บสินค้าคงคลังลดจำนวนซัพพลายเออร์ ช่วยในการแก้ไขปัญหาของชิ้นส่วน Unsynchronized ที่ทำให้เกิดการOverflow หรือ Shortage ได้ เป็นต้น ดังนั้น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานจะทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนในกิจกรรมต่างๆ ได้และมีความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าKanban แบบดั้งเดิม (Original Kanban) โตโยต้ามองว่าการทำความเข้าใจในระบบKanban แบบดั้งเดิม อย่างถี่ถ้วน เป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความเข้าใจดังกล่าวจะแสดงให้เห็นที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันของ ระบบ E-Kanban เดิมทีนั้น ระบบ Kanban ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัทโตโยต้า เมื่อปลายปี ค.ศ. 1940 (ปลาย พ.ศ. 2483) เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเติมเต็มสินค้าในสายการผลิตแบบทันเวลาพอดี(JIT: Just-In-Time) เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพและควบคุมการไหลของงานโดยหนึ่งในผู้นำโตโยต้าได้แนวความคิดจากการไปเดินซื้อของอยู่ในSupermarket ในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วสังเกตเห็นว่า เหตุใดทาง Supermarket จึงสามารถเติมสินค้าในจำนวนที่จำเป็นได้ทันภายในเวลาที่ต้องการได้ จากแนวความคิดดังกล่าวนี่เองจึงได้พัฒนาเป็นระบบ Kanban และเป็น E-Kanban อย่างในปัจจุบัน โตโยต้าได้ให้ความหมายของ Kanban ว่า"อะไรก็ได้ที่เป็นป้ายแสดงเพื่อสื่อสารระหว่างผู้ให้สารกับผู้รับสารมีความเข้าใจตรงกัน" ซึ่งโดยทั่วๆไปจะเป็นบัตร แผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ที่สามารถบ่งบอกถึงการไหลของงาน โดย Kanban ได้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการปฏิบัติงานในโรงงานดังนี้ 1.เพื่อออกคำสั่งงานโดยป้าย Kanban เป็นคำสั่งงานสำหรับการผลิต และการขนย้าย บนป้ายจะระบุว่าเป็นชิ้นส่วนอะไร จัดส่งเท่าไหร่ จัดส่งเมื่อไหร่ และด้วยวิธีใดที่จะต้องผลิตและขนย้าย 2.ควบคุมการผลิตด้วยสายตา โดยป้ายKanban จะติดไปกับชิ้นงานหรือภาชนะที่ใส่ชิ้นงานตลอดเวลา จึงสามารถดูจากป้ายก็สามารถทราบถึงสถานะของจำนวนชิ้นส่วนคงคลัง ชิ้นส่วนซึ่งอยู่ระหว่างการผลิตและความคืบหน้าของการทำงาน 3.ป้องกันการผลิตเกินจำนวน เนื่องจากป้ายKanban จะติดไปกับชิ้นส่วนตลอดเวลา และป้ายKanban เท่านั้นที่จะสามารถแจ้งฝ่ายผลิตให้มีการผลิต และการขนย้ายจริงๆ ขึ้นได้ โดยมีกฎกติกาที่เคร่งครัดคือ "ห้ามหยิบชิ้นส่วนไปใช้เพื่อทำการผลิตหากไม่มี Kanban" ด้วยกฎกติกาดังกล่าวจะถูกจำกัดด้วยจำนวนที่ระบุอยู่ในป้าย Kanban และสิ่งนี้จะเป็นการป้องกันการผลิตเกินจำนวน 4.ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเพื่อการแก้ไข โดยหากกระบวนการก่อนหน้าเกิดการหยุดทำการผลิต ทุกๆส่วนของการผลิตจะหยุด และการเบิกของจากคลังสินค้าจะทำการเบิกจ่ายไม่ได้ เมื่อชิ้นส่วนเกิดการสะสมมากขึ้นจึงทำให้ทราบได้ว่ากระบวนการทำงานก่อนหน้าภายในโรงงานนั้นมีปัญหา จากนั้นจึงต้องทำการแก้ไขปัญหาต่อไป โดยระบบ Kanban จะมีประโยชน์ต่อระบบการผลิต ซึ่งสามารถอธิบายโดยสังเขปได้ดังนี้คือ ปรับปรุงการไหลเวียนวัตถุดิบระหว่าง Supplier คลังสินค้าและหน่วยงานผลิต เพิ่มศักยภาพการควบคุมการไหลเวียนวัตถุดิบไปยังหน่วยงานที่ใช้วัตถุดิบนั้นโดยตรง ลดปัญหาการส่งวัตถุดิบล่าช้าหรือขาดส่งวัตถุดิบ เพราะมี Lead time ที่แน่นอนในการนำส่งวัตถุดิบ และลดจำนวนสินค้าคงคลังที่จัดเก็บไม่แบกรับภาระจัดเก็บวัตถุดิบเกินความต้องการใช้ ซึ่งระบบ Kanban แบบดั้งเดิมนั้นจะมีอยู่สองชุดด้วยกัน 1.Internal Kanban จะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการแจ้งเติมชิ้นส่วนรถยนต์จากคลังสินค้าเข้าสู่สายพานการผลิต ว่าต้องเติมชิ้นส่วนใดจำนวนเท่าใดเพิ่มเติมซึ่ง Kanban ประเภทนี้จะถูกใช้หมุนเวียนอยู่ภายในโรงงานการผลิตของโตโยต้าเท่านั้น 2.External Kanban คือ Kanban อีกชุดหนึ่งเพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างโตโยต้า กับSupplier ต่างๆ ว่าทางโตโยต้า ต้องการเติมหรือสั่งซื้อชิ้นส่วนจำนวนเท่าไหร่ซึ่งจะทราบได้จากInternal Kanban ที่ถูกหมุนเวียนมายังพื้นที่จัดเก็บคลังสินค้ารายละเอียดจำเป็นที่ต้องระบุบน Kanban Card 1.ชื่อวัตถุดิบ2.ชื่อผู้ผลิตวัตถุดิบ (ช่วยป้องกันปัญหาสับสนเมื่อมีผู้ผลิตมากกว่าหนึ่งที่ผลิตและส่งวัตถุดิบนั้นๆ) 3.จำนวนชิ้นงาน (เปรียบเสมือนมูลค่าของธนบัตร) เพื่อง่ายต่อการติดตามและง่ายต่อการคำนวณหา Safety Stock จำนวนบรรจุของชิ้นงานต่อกล่องควรจะเป็นมาตรฐาน 4.เลขที่ของการ์ด เพื่อใช้ในการติดตามa.จำนวนการ์ดที่ถูกพิมพ์ออกมาสามารถคำนวณได้จาก (จำนวน Safety Stock ที่จัดเก็บ +lead-time ในการรับของงวดใหม่)/จำนวนบรรจุวัตถุดิบนั้นต่อกล่อง b.จะเห็นได้ว่า Kanban Card มีความสำคัญมากเมื่อเกิดการสูญหายย่อมเป็นการเสี่ยงที่จะไม่ได้รับของทดแทนทันตาม lead-time ที่ได้วางไว้เนื่องจากไมมีการ์ดแลกวัตถุดิบเข้ามาใหม่ อย่างไรก็ตามถึงแม้ระบบ Kanban แบบดั้งเดิมจะมีข้อดีอยู่ แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องบางประการคือ การเกิด Overflow และ Shortage ของชิ้นส่วนการผลิตที่วางอยู่ในบริเวณสายพานการผลิตหรือในคลังสินค้า เนื่องจากความเชื่อมโยงระหว่างชิ้นส่วนที่ถูกจัดส่งนั้นไม่ได้ถูกจัดเรียงเป็นลำดับขั้นตอนสอดคล้องกับการผลิต (Unsynchronized) เช่นหากมีคำสั่งการผลิตรถเกียร์ออโต้ 100 คันเกียร์ธรรมดา 50 คัน ก็ต้องผลิตเกียร์ออโต้ภายในครั้งเดียว 100 คัน แล้วจึงผลิตเกียร์ธรรมดาต่อจากการผลิตเกียร์ออโต้อีก 50 คัน เพื่อไม่ให้เป็นการ Set up เครื่องจักรบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วลูกค้าไม่ได้ทำการสั่งเกียร์ออโต้ภายในครั้งเดียว 100 คัน หากแต่จะเป็นการสลับระหว่างเกียร์ออโต้และเกียร์ธรรมดา เช่น เกียร์ออโต้ 2 คันเกียร์ธรรมดา 1 คัน สลับกันไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนครบจำนวนที่กำหนด ซึ่งในสมัยก่อนจะสามารถทำได้ด้วยการรอให้มี Order เข้ามาเป็นจำนวนที่มากพอ และทำการจัดเรียงการผลิตเป็นชุดๆ ไปแต่เมื่อมีความต้องการมากขึ้น และความไม่สม่ำเสมอในจากการสั่งซื้อของลูกค้ามีมากขึ้น จึงทำให้ระบบ Kanban แบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อการจัดเรียงลำดับเป็นชุดได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากต้องใช้คนในการจัดเรียงการผลิตเป็นชุดๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าวในปี พ.ศ.2546 (ค.ศ.2004) โตโยต้า บ้านโพธิ์ (ทำการผลิตรถกระบะ)จึงได้นำระบบ E-Kanban เข้ามาใช้ทดแทนระบบ Kanban แบบดั้งเดิม ซึ่งจัดเป็นโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการนำระบบ E-Kanban เข้ามาใช้ การไหลของข้อมูล E-Kanban (Informa tion flow) จากหลักการของ Kanban จะพบว่าระบบดังกล่าวจะไม่สามารถทำงานได้มีอย่างประสิทธิภาพได้หากขาดการจัดการในห่วงโซ่อุปทานที่ดี ในปัจจุบันเมื่อ Customer สั่งซื้อรถยนต์จาก Dealer ซึ่งนำเข้ารถมาจาก Distribution ทำให้เกิดคำสั่งซื้อรถยนต์ จากนั้นจึงส่งข้อมูลไปเพื่อวางแผนการผลิตโดยจะมีการคาดการณ์ (Forecast) ล่วงหน้าเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อให้ Supplier มี lead time ในการสั่งซื้อชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และเพื่อให้รู้ว่าชิ้นส่วนรถยนต์ที่จะต้องใช้มีชิ้นส่วนใดบ้าง จำนวนเท่าไร เพื่อส่งไปในส่วนการจัดซื้อ ซึ่งในส่วนนี้จะใช้External E-Kanban จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการให้การจัดซื้อเป็นไปได้โดยง่ายขึ้น โดยข้อมูลคำสั่งซื้อ และคาดการณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ที่จำเป็นต้องใช้จะถูกส่งไปเข้าสู่ระบบ SCP (Supplier Communication Portal) เป็นระบบเน็ตเวิร์กของโตโยต้า โดยจะเป็นระบบ Extranet ที่โตโยต้าเปิดให้มีการเชื่อมต่อไปยัง Supplier เพื่อส่งข้อมูลการสั่งซื้อไปยัง Supplier และเป็นช่องทางสำหรับผู้จัดส่งในการดู order และแผนการผลิต จากนั้นชิ้นส่วนรถยนต์ที่สั่งมาจะรอคำสั่งจาก Production Line เพื่อนำไปใช้ในการผลิต โดยในส่วนนี้จะมีเครื่องมือ E-Kanban อีกประเภท นั่นก็คือ Internal E-Kanban ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าจะต้องนำเข้าชิ้นส่วนใด จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งการนำเข้าจะเป็นไปตามลำดับการผลิตโดยแสดงสัญญาณด้วยป้ายไฟเพื่อลดปัญหา overflow กับปัญหา shortage ที่เกิดจากการความเชื่อมโยงระหว่างชิ้นส่วนที่ถูกจัดส่งไม่ได้ถูกจัดเรียงเป็นลำดับขั้นตอนสอดคล้องกับการผลิตได้อีกด้วย (Unsynchronized) จากนั้นรถที่ผ่านการประกอบแล้วก็จะถูกส่งไปให้ Distribution และ Dealer เพื่อส่งรถที่เสร็จไปให้ลูกค้าต่อไปส่วนชิ้นส่วนที่ถูกใช้ไปในการผลิตก็จะถูกสั่งซื้อใหม่โดยใช้ E-Kanban ตัวเดิมเป็นตัวบ่งบอกอีกที โดยข้อมูลที่จำเป็นต่อระบบ E-Kanban เพื่อใช้ในการคำนวณในการแก้ปัญหา (Unsyn chronized) จะประกอบไปด้วย ชื่อชิ้นส่วน หมายเลขชิ้นส่วน, ชื่อ Supplier, รหัส Supplier, Lead time ในการจัดส่งจาก Supplier ถึงโตโยต้า, Lead time ในการจัดส่งชิ้นส่วนจากคลังสินค้าไปสู่สายพานการผลิตภายในโรงงานโตโยต้าเอง โดยระบบดังกล่าวจะทำการแสดงข้อมูลว่า ณ เวลานั้นๆ สายการผลิตใด ต้องการชิ้นส่วนใด เวลาเมื่อไหร่ และจัดเรียงชิ้นส่วนแบบไหน ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ E-Kanban 1.แก้ปัญหาเรื่อง Kanban แบบดั้งเดิมสูญหายระหว่างการหมุนเวียน ซึ่งปัญหาการหายของ Kanban จะส่งผลถึงการขาดแคลนชิ้นส่วนเนื่องจากจำนวน Kanban Card ที่ใช้ในการหมุนเวียนจะถูกคำนวณให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว 2.การจัดส่งชิ้นส่วนให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงทั้งในเรื่องของจำนวน และเวลา เนื่องจากการไหลของข้อมูลผ่านระบบ Electronics จะมีความรวดเร็วกว่าการใช้คนส่งข้อมูลอยู่แล้ว 3.ลดปัญหาของการ Overflow และShortage อันเนื่องมาจากปัญหา Unsynchronized โดยก่อนการใช้ระบบ E-Kanban มักเกิดปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน (Shortage) หรือ ได้รับชิ้นส่วนมากเกินไป (Overflow) อยู่เสมอเนื่องจากความไม่เข้ากัน (Unsynchronized) ของวัตถุดิบที่ส่งมากับวัตถุดิบที่ใช้ผลิตจริง ทำให้การผลิตเกิดความไม่สม่ำเสมอเกิดขึ้นซึ่งขัดกับหลักการปรับเรียบของโตโยต้า แต่เมื่อนำระบบ E-Kanban เข้ามาใช้แทนระบบดั้งเดิม ทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป 4.พัฒนาความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทานเนื่องจากในอดีตโตโยต้าจะให้พนักงานปั่นจักรยานไปเก็บ Kanban ตาม Board ต่างๆ แล้วนำมาใส่ข้อมูลลงใน Computer ซึ่งต้องใช้เวลาในการป้อนข้อมูลลงไป และอาจเกิดความผิดพลาดจากป้อนข้อมูลจึงทำให้ข้อมูลนั้นเกิดความผิดพลาด และไม่สะท้อนความเป็นจริง ณ ขณะนั้นๆ 5.ช่วยในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของผู้จัดส่งชิ้นส่วนได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากการรับชิ้นส่วนในระบบ E-Kanban จะเป็นการยิง Barcode ในการรับข้อมูลในอดีต พนักงานจะต้องเป็นคนป้อนข้อมูลลง Computer 6.การพยากรณ์การใช้ชิ้นส่วนมีความแม่นยำขึ้น เนื่องจากทราบการไหลของวัตถุดิบที่แน่นอน ในปัจจุบันแทบทุกองค์กรมีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบ IT เพื่อใช้ในการบริหารงานต่างๆ แต่ทว่าหลายๆ หน่วยงานกลับไม่ประสบความสำเร็จจากการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเนื่องมาจากการไม่เข้าใจในระบบงานที่กำลังทำอยู่ และคิดว่าหากมีระบบ IT แล้วจะช่วยให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบุคลากรซึ่งเป็นความคิดที่ผิดและส่งผลให้ล้มเหลวจากการนำระบบ IT เข้ามาใช้ โดยตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากการนำระบบ IT เข้ามาใช้ในการดำเนินงานซึ่งในกรณีนี้คือบริษัทโตโยต้าที่มีกิจกรรมทางด้านโลจิสติกส์ค่อนข้างซับซ้อน อันเนื่องมาจากตัวผลิตภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลายๆ ส่วนนำเข้ามาประกอบกัน การจัดการห่วงโซ่อุปทานทั้งภายในองค์กรและระหว่างองค์กรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเพื่อให้เกิดการผลิตแบบ Just in time (JIT) แต่การจัดการห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวจะต้องเกิดจากการเข้าใจในระบบโลจิสติกส์และวิธีปฏิบัติงานภายในองค์กรในสภาวะปัจจุบันอย่างถ่องแท้เสียก่อน จึงจะสามารถพัฒนาระบบ IT เพื่อตอบสนองต่อการปฏิบัติงานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการควบคุมการผลิตที่สำคัญคือระบบE-Kanban ซึ่งเป็นการนำหลักปฏิบัติของระบบ Kanban แบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีทางด้าน IT จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม และก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเสมอไปเช่น หากเป็นกรณีผลิตชิ้นส่วนที่ไม่มีความซับซ้อนมาก กระบวนการผลิตที่สั้น มีรุ่นที่ผลิตน้อย และแทบไม่มีการ Set up เครื่องจักรใดๆ เลย ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ระบบ E-Kanban หรือระบบKanban เพื่อใช้ในการควบคุมการผลิต เพราะการผลิตดังกล่าวค่อนข้างมีความคุ้มทุนจากการผลิตเป็นจำนวนในปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวอยู่แล้วนอกจากนี้จากเหตุการณ์ Tsunami ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2554 ทำให้ระบบเครือข่ายของโตโยต้าญี่ปุ่นไม่สามารถทำงานได้และDemand ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แต่ไม่นานนักโตโยต้าก็สามารถทำการผลิตต่อไปได้ และไม่ใช่เพราะการกู้ระบบ IT กลับคืนมาแต่เพราะเป็นการทำงานแบบ Manual ที่อาศัยการปฏิบัติงานจากความสามารถของบุคลากรในองค์กร ซึ่งมีความขยันขันแข็ง มีความเป็นหนึ่งเดียวกันที่ถูกปลูกฝังในแนวความคิดของวิถีแห่งโตโยต้า จึงสามารถขับเคลื่อนองค์กรต่อไปได้ถึงแม้ว่าจะปราศจากระบบ IT ก็ตาม ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ระบบ IT เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานหลักขององค์กรแต่ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การบริหารจัดการองค์กรที่ดี มีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานมีขั้นตอนในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และการจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ--จบ-- ผศ.พ.ต.ต.ดร.ดนุวศิน เจริญ อรรถพล จันทร์ทักษิโณภาส ธัชยุทธ์ อังเกิดโชค สุวดี คงเทพ ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
|
||||


