Home
คิดแผนแม่บท'ภาคขนส่ง'ลดโลกร้อน เตรียมใช้มาตรการห้ามใช้รถยนต์ Print
Friday, 27 January 2012 08:17
         เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่โรงแรมพูลแมน บางกอก คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนาทางวิชาการโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืน และลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1 โดยนายชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการสัมมนา ว่าเนื่องจากปัจจุบันภาคการขนส่งของประเทศไทยใช้พลังงานใกล้เคียงกับภาคอุตสาหกรรม
ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่มีการพัฒนาแล้ว ในปี 2552 มีอัตราการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากภาคการขนส่งสูงถึง 50.2 ล้านตัน จากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา ทั้งหมด 196 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 25.6 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับวาระประชาคมโลก และกรอบพันธกรณีระหว่างประเทศในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคขนส่ง จึงต้องทำการศึกษาเพื่อทำแผนแม่บทการขนส่งเรื่องดังกล่าว งบประมาณ 30.7 ล้านบาท เพื่อเป็น กรอบในการทำงาน ซึ่งการศึกษาได้เสนอแนะมาตรการ 5 ด้าน ได้แก่ 1. มาตรการด้านการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารการเดินทาง 2. มาตรการด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยมลพิษ 3. มาตรการด้านการจูงใจทางนโยบายและกฎระเบียบ 4. มาตรการด้านการปลุกจิตสำนึกด้านการขนส่งที่ยั่งยืน ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม และ 5. มาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจ
          นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ทางแก้ปัญหาจะต้องเน้นการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ และใช้เครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่งจะต้องเดินหน้าก่อสร้างโครงการระบบรางให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมกับการพิจารณาการใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาควบคุม เช่น การเก็บค่าผ่านทาง หากจะขับรถยนต์เข้าเมือง และการจำกัดการใช้รถ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่ จึงต้องศึกษาให้ดีก่อน สำหรับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่มีต่อภาคการขนส่ง กำลังศึกษาเส้นทางที่มีในปัจจุบันจุดใดเป็นทางน้ำ (ฟลัดเวย์) ต้องมีการแก้ไข ส่วนโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม่ ๆ จะต้องพิจารณาเรื่องฟลัดเวย์ประกอบด้วยเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยให้น้อยที่สุด โดยการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย. นี้ หลังจากนั้นจะนำผลการศึกษาส่งให้กระทรวงคมนาคมนำไปจัดทำเป็นแผน นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไป.--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์