| ระบบขนส่งสร้างมลพิษคนไทยตายปีละ5พัน สนข.ทำแผนแม่บทจัดระเบียบลดปัญหาสวล. |
|
| Friday, 27 January 2012 08:16 | ||||
|
ASTVผู้จัดการรายวัน - สนข.ทำแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งการใช้รถใช้ถนนที่รักษาสิ่งแวดล้อมหวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยเน้นปลูกจิตสำนักช่วยลดมลพิษ เผยปํญหาระบบขนส่งไทยยังไร้ประสิทธิภาพ ทำคนตายปีละ 5 พัน ตั้งเป้าเริ่มจัดระเบียบได้ในปีนี้ นายชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าวานนี้ (26 ม.ค.) สนข.ได้จัดสัมมนาโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืนและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ประกอบการพิจารณาจัดทำเป็นแผนแม่บทลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากดำเนินการได้แล้วเสร็จจะส่งผลดีต่อไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถนำเรื่องดังกล่าวไปเป็นข้อต่อรองขอลดดอกเบี้ยการกู้เงินจากต่างประเทศได้โดยคาดว่าจะสรุปรายละเอียดได้ในเดือนมิถุนายนนี้และขั้นตอนหลังจากนั้นจะส่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา คาดว่าเริ่มประกาศใช้ได้ภายในปีนี้
โดยปัจจัยในการพัฒนาระบบขนส่งแบบยั่งยืนในการดูแลสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ส่งผลทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกนั้นโครงการรถไฟฟ้า 10 สายจะส่งผลดีต่อเรื่องดังกล่าวส่วนกรณีที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาอุทกภัยมากขึ้นในการลงทุนระบบขนส่งต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตจะต้องมีการปรับปรุงกายภาพด้านโครงสร้างให้เหมาะสมเช่น ต้องไม่กีดขวางทางน้ำ มีการปรับปรุงระบบระบายน้ำ เป็นต้น นายถิรยุทธ์ ลิมานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจราจรและสำรวจข้อมูลกล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดปัญหาและผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศในไทย คือ การเจริญเติบโตของเมืองแบบศูนย์กลางเดียว ขาดระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง การขาดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ขาดมาตรการจูงใจทางนโยบายและกฎระเบียบเบื้องต้นพบว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อสุขภาพคนไทย โดยมีผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากมลพิษประมาณ 5,000 คนต่อปี ส่วนประเทศจีนมีการเสียชีวิตจากสาเหตุดังกล่าวประมาณ 500,000 คนต่อปี โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น จะต้องมีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารการเดินทาง เช่น ส่งเสริมพัฒนาเมืองแบบหลายศูนย์กลางพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พัฒนารถไฟชานเมือง รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง การปรับปรุงพัฒนาโครงข่ายสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนเดินเท้า และผู้ใช้จักรยาน เป็นต้น ขณะเดียวกันต้องออกมาตรการจูงใจทางนโยบายและกฎระเบียบ เช่น กำหนดเขตปลอดรถยนต์ควบคุมการใช้รถยนต์ตามหมายเลขทะเบียน กำหนดโควตารถยนต์จดทะเบียนใหม่ในแต่ละปี และควบคุมปริมาณจราจรเข้าสู่ระบบทางด่วน เป็นต้น นอกจากนี้จะต้องมีการจูงใจทางเศรษฐศาสตร์เช่น การเก็บค่าที่จอดรถเก็บค่าใช้ถนนในเวลาเร่งด่วน เพิ่มภาษีรถยนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง การเก็บค่าธรรมเนียมประกันรถยนต์ตามระยะทางใช้งาน และสนับสนุนค่าโดยสารผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ขณะเดียวกันก็ปลุกจิตสำนึก ด้วยการจัดโครงการวันปลอดรถยนต์ ส่งเสริมการทำงานแบบเหลื่อมเวลาการทำงานระยะไกลและถนนคนเดิน อย่างไรก็ตามจากกรณีศึกษาการเดินทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ระยะทาง690กิโลเมตร หากใช้รถยนเช่น รถปิกอัพรถใช้เครื่องยนต์เบนซินจะปล่อยก่าซคาร์บอนไดออกไซด์154-171กิโลกรัม หากเป็นรถเครื่องยนต์ไฮบริดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะลดการปล่อยก่าซลงครึ่งหนึ่งและหากเป็นรถไฟจะปล่อยก๊าซน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 4 เท่า--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน
|
||||


