| ปตท.ทุ่มล้านล.เน้นพลังงานใหม่ |
|
| Wednesday, 03 November 2010 05:43 | ||||
|
ASTVผู้จัดการรายวัน - ปตท.ปรับงบลงทุนทั้งเครือ 5 ปีข้างหน้า (2554-2558)แตะ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก ขยับเพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่ลงทุน 8-9 แสนล้านบาท เผยเทงบการลงทุน 50% ไปต่างประเทศ เน้นธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อเสาะแสวงหาพลังงานใหม่ ส่วนงบลงทุนเฉพาะปตท. 5 ปีไม่เกิน 3 แสนล้านบาท
นายเทวินทร์ วงษ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ทบทวนปรับเพิ่มวงเงินการลงทุนในกลุ่มปตท. ตามแผน 5 ปีข้างหน้า (2554-2558) ขยับขึ้นเป็น 1 ล้านล้านบาท จากเดิมวางงบลงทุนไว้ 8-9 แสนล้านบาทซึ่งเป็นการรวมงบการลงทุนตามแผนการเติบโตธุรกิจ (Growth Plan) เป็นครั้งแรก จากเดิมที่คาดจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ งบลงทุนของกลุ่ม ปตท.ครั้งนี้จะมีการจัดแบ่ง 2 รูปแบบเป็นครั้งแรก กล่าวคืองบลงทุนในโครงการที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว(Commit) และงบลงทุนโครงการเป้าหมายตามแผนเติบโตทางธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนอยู่ซึ่งจะทำให้วงเงินการลงทุนโดยรวมของกลุ่มปตท.ขยับสูงขึ้นเป็นระดับประมาณ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก ขณะที่งบการลงทุนเฉพาะปตท. 5 ปีข้างหน้าขยับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 3 แสนล้านบาท จากเดิมที่เคยวางงบการลงทุนไว้ 2.3 แสนล้านบาท เป็นการเตรียมเงินลงทุนสำหรับโครงการใหม่ เช่น โครงการเหมืองถ่านหิน โรงไฟฟ้า และ FLNG นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งบการลงทุนของเครือ ปตท. ใน 5 ปีข้างหน้านี้จะปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งการลงทุนระยะกลาง-ยาวจะเป็นการลงทุนในต่างประเทศถึง 50% ของวงเงินลงทุนรวม จะเน้นการลงทุนในธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่มีการผลิตยากขึ้น (Unconventional) เช่น การผลิต FLNG เพื่อหาแหล่งพลังงานป้อนประเทศไทยที่มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือปตท.สผ. จะโฟกัสการลงทุนในออสเตรเลียอินโดนีเซีย พม่า และแอลจีเรีย ซึ่งการลงทุนแหล่งปิโตรเลียมใหม่จะเป็นแหล่งที่มีการผลิตที่ยากขึ้น (Unconventional) เช่น การผลิตFLNG เพราะต้องยอมรับว่าแหล่งน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติที่ผลิตแบบปกติ (Conventional)มีผู้ลงทุนไปแล้ว โดย ปตท.สผ.จะพิจารณาทั้งเรื่องการเจรจาซื้อกิจการ หรือการเข้าไปร่วมทุนซึ่งแล้วแต่ความเหมาะสม สำหรับโครงการที่ปตท.สผ.เข้าไปลงทุนแล้วในออสเตรเลีย คือ แหล่งมอนทารา คาดว่าจะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ไตรมาส 3/2554 มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 4 หมื่นบาร์เรล/วัน ส่วนโครงการท่าเทียบเรือของบริษัท พีทีทีแอลเอ็นจี ของ ปตท.นั้น ยืนยันว่าไม่ติดปัญหา11 ประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรงเนื่องจากวิธีการวัดหน้าท่าของกรมเจ้าท่าพบว่าไม่เกินตามข้อกำหนด ส่งผลให้โครงการนี้ยังเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ โดยปีหน้าจะมีการนำเข้า LNG ในตลาดจรจากต่างประเทศเข้ามาประมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นการนำเข้าจากกาตาร์ และออสเตรเลีย เป็นต้น นายประเสริฐกล่าวต่อไปว่า จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้ยอดการใช้น้ำมันของประเทศลดลง เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกบางพื้นที่ไม่สามารถเดินรถได้ ย่อมส่งผลให้ยอดขายน้ำมัน ปตท.ในช่วงนี้ลดลง แต่เชื่อว่าเป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันในช่วงนี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน ซึ่งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ที่ 80 เหรียญ/บาร์เรล และราคาน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 90 เหรียญเศษ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาที่ใกล้เคียงในช่วงที่บริษัทน้ำมันได้ปรับขึ้นราคาขายปลีกไปก่อนหน้านี้ ทำให้ค่าการตลาดอยู่ที่ 1 บาทกว่า/ลิตร ดังนั้น แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นมาในช่วง 1-2 วันนี้ก็คงยังไม่มีการปรับราคาขายปลีกแต่อย่างใด ส่วนปัญหาพายุดีเปรสชันและน้ำท่วมในภาคใต้ ไม่มีผลกระทบต่อการผลิตก๊าซในอ่าวไทย นายประเสริฐกล่าวถึงกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เตรียมอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ 5 แสนล้านเหรียญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่าเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับ 80-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่เชื่อว่าจะไม่ถึง 100 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันของโลกสูงกว่าความต้องการใช้--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน
|
||||


