| 'จราจรอัจฉริยะ'เปิดถนนโล่ง |
|
| Friday, 24 September 2010 08:07 | ||||
|
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ใช้งาน "ระบบจราจรอัจฉริยะ" มาหลายปีแล้ว ระดับความทันสมัยไม่ด้อยไปกว่าประเทศตะวันตกอย่างอเมริกา ยุโรปตลอดจนญี่ปุ่น โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชิปอัจฉริยะหรืออาร์เอฟไอดีมาช่วยบริการจัดการยานยนต์บนท้องถนน จึงเป็นอีกหนึ่ง "ต้นแบบ" สำหรับการจัดการระบบจราจรของไทย "ต้นแบบ" ที่เด่นชัด คือ ป้ายทะเบียนวงกลมติดชิพอัจฉริยะหรือชิพอาร์เอฟไอดี ที่กรมการขนส่งทางบกของไทยอยู่ระหว่างทดสอบใช้งานในชื่อโครงการ "สมาร์ท อาร์เอฟไอดี" เพื่อประโยชน์ด้านการตรวจสอบป้องกันรถหายเหมือนกับระบบจีพีอาร์เอส ความสะดวกในการต่อทะเบียนภาษีรถ ตลอดจนใช้เป็นฐานข้อมูลการจราจร รองรับการจัดรูปแบบการจราจรตามจำนวนรถ และแจ้งข้อมูลอุบัติเหตุ เป็นต้น
สิงคโปร์ใช้ประโยชน์ป้ายทะเบียนวงกลมติดชิพอาร์เอฟไอดีมากกว่านั้น ชิพดังกล่าวยังเป็นบัตรเติมเงินในตัวเพื่อชำระค่าผ่านทางในราคาตั้งแต่ 50 เซ็นต์ - 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อการผ่านทาง 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ ช่วงเวลาที่ใช้ถนนและทำเลถนน โดยถนนแต่ละเส้นทั้งที่เป็นทางยกระดับและทางพื้นล่าง จะมีค่าผ่านทางไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับเวลาเร่งด่วนกับเวลาเช้ามืด รถโดยสารประจำทาง รถยนต์ส่วนบุคคลกับมอเตอร์ไซค์ ย่อมชำระค่าผ่านทางต่างกัน ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Road Price หรือ ERP) เป็นความโดดเด่นที่ยังไม่พบในไทย สิงคโปร์ลงทุนกว่า 200-300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ วางโครงข่ายระบบเก็บเงินนี้ รวมถึงเครื่องอ่านหรือเครื่องรับสัญญาณชิพที่ติดตั้งบนถนนเป้าหมาย โดยจะรับสัญญาณจากชิพอาร์เอฟไอดีบนหน้ากระจกรถยนต์ เพื่อหักเงินค่าผ่านทางได้ทันทีในขณะรถวิ่งด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางด่วน และ 45-65 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนเส้นทางปกติ ฉะนั้น จึงไม่ต้องหยุดรถเพื่อชำระเงิน "เป้าหมายของการเก็บค่าใช้บริการถนนแต่จะเส้นทาง ก็เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในเขตเมืองที่มีผู้คนคับคั่ง และปริมาณการใช้รถที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แถมยังเป็นการจัดเก็บภาษีการใช้ถนนอีกด้วย ส่วนรถคันใดที่เงินในบัตรไม่พอ จะได้รับใบแจ้งหนี้ภายใน 1-2 วัน" นายเอ็ดดี้ ลิม ผู้อำนวยการโครงการ ERP กรมการขนส่งทางบกของสิงคโปร์ กล่าว เทคโนโลยีไอซีทีเพื่อการจราจร ยังครอบคลุมถึงสัญญาณไฟจราจร ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพความหนาแน่นบนถนน ผ่านกล้องวงจรปิดตามแยกจะวิเคราะห์ปริมาณรถติดสะสม ทั้งหมดนี้ควบคุมจากห้องคอนโทรลของกรมการขนส่งทางบกของสิงคโปร์ตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่จำเป็นต้องมีป้อมจราจรอยู่ประจำทุกแยกถนน ระบบ ERP ไม่ได้ใช้งานอยู่เฉพาะบนถนนเท่านั้น แต่ยังพบได้ตามห้างสรรพสินค้า อาคารที่ทำการและอาคารสำนักงานทั่วไป โดยข้อมูลการใช้รถจะเชื่อมโยงถึงกัน คนสิงคโปร์จึงไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จอดรถ เพราะสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจุดหมายที่จะไปนั้น มีพื้นที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ อีกทั้งรัฐบาลยังสามารถจัดงานใหญ่บนถนนหลวง อย่างการแข่งรถฟอร์มูล่าวันในเวลากลางคืนได้โดยผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย นอกจากสิงคโปร์ที่นำชิพอาร์เอฟไอดีมาใช้จัดการจราจร ยังมีอีกหลายประเทศที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในรูปแบบต่างกัน เช่น เกาหลีใต้ใช้ควบคุมการจราจรบริเวณทางด่วนและป้ายบอกทาง, กรุงปักกิ่ง จีน ใช้วางแผนการจอดรถ, ญี่ปุ่นใช้ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว, บราซิลใช้จัดเก็บค่าผ่านทาง และ อเมริกาใช้ตรวจสอบยานพาหนะผ่านชายแดนอเมริกา-แคนาดา เป็นต้น สำหรับโครงการป้ายทะเบียนวงกลมติดชิพอัจฉริยะของไทย นายชัยรัตน์ สงวนซื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ขับขี่ เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 120 บาทในขั้นตอนการต่อทะเบียนประจำปี โดยจุดประสงค์หลักต้องการใช้กับ ผู้ประกอบการรถเช่า รถบรรทุก และบริษัทประกันภัย ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและต้องการบริหารจัดการรถที่มีอยู่เป็นจำนวนมากอย่างเป็นระบบ "บ้านเรามีรถวิ่งอยู่ในระบบกว่า 25 ล้านคันที่ต้องการระบบความปลอดภัย บางส่วนเริ่มใช้บริการจีพีเอสในการตรวจสอบติดตาม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีราคาแพงและยังมีข้อจำกัด ขณะที่ RFID คือเทคโนโลยีที่เป็นไปได้ และคุ้มค่าที่จะลงทุน เมื่อปริมาณการใช้มากขึ้น ราคาจะถูกลง อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องอ่านชิพบนถนนสายหลัก 450 จุด น่าจะเสร็จช่วงเดือนกันยายน 2554" นายชัยรัตน์ กล่าว จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา--จบ-- ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com
|
||||


