| คอลัมน์: CRISIS WATCH เมื่อวิกฤตไล่ล่าเรา: พลังของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อเศรษฐกิจ-ธุรกิจ |
|
| Friday, 24 September 2010 08:04 | ||||
|
อารยธรรมของมนุษย์พัฒนาบนพื้นฐานของ "ความรู้" โดยความรู้นั้นแพร่กระจายเป็น "เครือข่าย" โดยเริ่มจากสังคมที่อารยะที่สุดและกระจายไปยังสังคมอื่นๆ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 เริ่มมีการประดิษฐ์แท่นพิมพ์ขึ้นมาในยุโรป ผลคือ ความรู้แพร่กระจายไปเร็วมากและความรู้พัฒนายิ่งๆ ขึ้น และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมวิทยาการให้ก้าวหน้าขึ้นมาก แต่ระดับของการแพร่กระจายความรู้นั้น เป็นไปในอัตราเร่งและพัฒนาขึ้นไปอย่างมาก เมื่อระบบการขนส่ง ระบบการสื่อสารพัฒนาขึ้นโดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกเชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว หรือมีความเป็นโลกาภิวัตน์นั้น มาจากพลังของเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะความก้าวหน้าของการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ผนวกกับระบบการสื่อสาร ส่งผลให้กระบวนการดำเนินธุรกิจ การเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้าและบริการมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ภายใต้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่าต้นทุนของการเข้าถึงเครือข่ายสารสนเทศและข้อมูลข่าวสารนั้นลดต่ำลง ซึ่งส่งผลบวกต่อประเทศกำลังพัฒนามากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เพราะประเทศกำลังพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศล่าสุด โดยไม่ต้องส่งผลกระทบต่อโครงสร้างระบบการสื่อสารเดิมที่ล้าสมัย ในอดีต ประเทศกำลังพัฒนาโดยมากมีการลงทุนระบบการสื่อสารค่อนข้างต่ำ ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศระบบใหม่มาถึง ประเทศกำลังพัฒนาจึงสามารถรับเทคโนโลยีใหม่โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างระบบการสื่อสารเดิม ดังเช่นประเทศเพื่อนบ้านไทย อย่าง ลาว พม่าและเขมร นั้นสามารถรับเทคโนโลยีสารสนเทศล่าสุด อาทิ ระบบการสื่อสารแบบ 3G มาใช้ได้ทันที ในขณะที่ประเทศไทยนั้น หลังคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ระงับการประมูล 3G นั้น มีความเป็นไปได้มากว่า ตลอด3 ปีจากนี้ไป ประเทศไทยคงไม่สามารถจะมีระบบ 3G ครอบคลุมทั่วประเทศได้ พลังความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ส่งผลให้กระบวนการโลกาภิวัตน์ยังคงเข้มข้นอยู่ แม้นโยบายเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์หรือฉันทามติของวอชิงตัน (Washington Consensus) จะลดระดับลงเพราะวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา แต่ระดับของการติดต่อสื่อสาร การเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้าและบริการและรูปแบบการผลิตสินค้าและบริการแบบ Global Supply Chain และ Outsourcing ยังคงเข้มข้นอยู่ เช่น ธุรกิจสามารถแยกส่วนการผลิตสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศสั่งการติดต่อสื่อสารหรือดำเนินกระบวนการผลิตสินค้าประเภทเดียวในหลายประเทศพร้อมๆ กัน ในกรณีของการบริการพบว่า ได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าดังกล่าวเช่นกัน ดังตัวอย่างของอินเดียที่เป็นศูนย์กลางของ Call Center แก้ปัญหาหรือบริการหลังการขายแก่ลูกค้าในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเพราะโครงสร้างการสื่อสารของอินเดียนั้นค่อนข้างดี กล่าวได้ว่า ถ้าไม่มีความก้าวหน้าด้านการสื่อสารแล้ว บรรษัทข้ามชาติ (MNCs) ไม่สามารถดำเนินการผลิตในหลายประเทศและขายในอีกประเทศหนึ่งได้ นี่คือปัจจัยผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของโลกขยายตัวเป็นสองเท่าของการขยายตัวของ GDP โลก โดยประเทศกำลังพัฒนานั้น ได้รับประโยชน์มหาศาลจากความก้าวหน้าสารสนเทศนี้ในฐานะที่เป็นแหล่งรองรับการลงทุนจากบรรษัทข้ามชาติ การรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับความก้าวหน้าของธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนาให้ใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้ว ด้านบุคคลธรรมดา ความก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารเป็นประโยชน์มาก ทั้งในด้านการติดต่อระหว่างคนที่รักในครอบครัวเดียวกัน ญาติ มิตรสหาย และเรื่องธุรกิจการงาน เป็นต้น ประสบการณ์ความไร้ประสิทธิภาพอย่างชัดเจนที่ใกล้ตัว คือประสบการณ์ของการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานในประเทศไทยก่อนปี 2535 หรือก่อนการสัมปทานโทรศัพท์พื้นฐาน 3 ล้านเลขหมายแก่เอกชน ซึ่งในช่วงนั้นการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานในประเทศไทยถูกผูกขาดโดยรัฐวิสาหกิจ ผลคือการขอโทรศัพท์พื้นฐานเป็นเรื่องยากยิ่ง อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี ครัวเรือนหนึ่งๆ จึงจะมีโทรศัพท์พื้นฐาน 1 เลขหมายถ้าการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้ถูกสัมปทานไปให้เอกชน เป็นไปได้ว่าในปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ และต้นทุนการให้บริการจะอยู่ในราคาที่แพงมาก โดยสรุปแล้ว พลังของเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลบวกต่อสังคมและประเทศชาติมากไปกว่าผลประโยชน์ของผู้ให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการให้บริการนั้นอยู่ในมือเอกชนมากกว่า 1 รายแล้ว ประสิทธิภาพและต้นทุนการให้บริการจะดีกว่าการให้บริการผูกขาดโดยรัฐวิสาหกิจเป็นอย่างยิ่ง ความล่าช้าในการรับเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่นั้นจะส่งผลให้การแพร่กระจายความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจช้าลงกว่าประเทศอื่นๆ m--จบ-- ...สุรศักดิ์ ธรรมโม Financial Investment Planner ธนบดีธนกิจ 6 ธนาคารเกียรตินาคิน ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
|
||||


