| คอลัมน์: Green Industry: สังคมคาร์บอนต่ำ |
|
| Friday, 24 September 2010 07:59 | ||||
|
วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แม้ว่าความหมายหรือคำจำกัดความของคำว่า "อุตสาหกรรมสีเขียว" (Green Industry) จะมีหลายความหมายซึ่งแตกต่างกันไปตามความรู้ความเข้าใจของนักวิชาการหรือนักปฏิบัติการแต่ละคน แต่โดยหลักการแล้ว "อุตสาหกรรมสีเขียว" จะต้องมีอย่างน้อย 3 องค์ประกอบต่อไปนี้ คืออุตสาหกรรมสีเขียวจะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างมีความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมสีเขียวจะต้องมีการยึด "หลักการ 3R" (Reduce, Reuse,Recycle) ทั้งในการบริหารจัดการและปรากฏชัดในวิธีปฏิบัติการต่างๆ ในองค์กร และสุดท้าย คืออุตสาหกรรมสีเขียวจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของ "สังคมคาร์บอนต่ำ" (Low Carbon Society)
วันนี้ ผมจะขอพูดถึง "สังคมคาร์บอนต่ำ" เนื่องจากเห็นว่ามีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาหรือลดภาวะโลกร้อนเป็นอย่างมาก สังคมคาร์บอนต่ำ จะเป็นสังคมที่ผู้คน (ส่วนใหญ่)ในสังคมหันมาร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกรูปแบบหรือในกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากการดำรงชีวิตปกติ โดยเฉพาะการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยออกจากกระบวนการผลิตของโรงงานหรือภาคอุตสาหกรรม เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันในสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมคาร์บอนต่ำ จึงต้องทำให้ผู้คนในสังคมมีความตระหนักถึงคุณภาพชีวิตที่เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ โดยผู้คนในสังคมมีความยึดโยงกับการเลือกใช้เทคโนโลยีหรือการพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญก็คือ จะต้องเป็นสังคมที่มีการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับระบบนิเวศที่สมดุลด้วย ดังนั้น "สังคมคาร์บอนต่ำ" จึงมีลักษณะต่อไปนี้คือ สังคมที่ต้องช่วยกันลดความต้องการใช้พลังงานสังคมที่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือน้ำมัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สังคมต้องมีมาตรการความมั่นคงทางพลังงานและเป็นสังคมที่มีการพบปะหารือกันในเรื่องของความต้องการของคนทุกกลุ่มในสังคม การก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงต้องทำกันอย่างต่อเนื่องเป็นกระบวนภายใต้การบริหารการเปลี่ยนแปลงและต้องเป็นไปทั้งระบบ คือ ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับโครงสร้าง วัฒนธรรม วิธีคิดวิธีปฏิบัติ และพฤติกรรมของผู้คนทุกภาคส่วนในสังคม เมื่อเราสามารถพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้ เราก็จะสามารถลดปัญหาโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จึงต้องเริ่มด้วยการช่วยกันลดความต้องการในการใช้พลังงานของทุกภาคส่วน เช่น ครัวเรือน อาคารพาณิชย์ การคมนาคมขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีการพัฒนาแผนการใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ ด้วย เช่น พลังงานจากลมคลื่น แสงอาทิตย์ ความร้อน พลังน้ำ ชีวมวล เป็นต้น และมีการสร้างงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม(Green Job) เพื่อสร้างรายได้และลดปัญหาความยากจน เช่น การสร้างอาคารสีเขียว การบริหารจัดการรีไซเคิล การปลูกป่า การพัฒนาพลังงานทางเลือก เป็นต้น พร้อมๆ กันนั้นก็จะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะได้รับจากมาตรการต่างๆ ที่ทำเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ลดโลกร้อน) ทั้งหมดทั้งปวงที่ว่ามานี้ จะต้องอาศัย "การบูรณาการ" ของทุกภาคส่วน ซึ่งทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน ครับผม! m--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
|
||||


