| วิธีการเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบมืออาชีพ |
|
| Thursday, 23 September 2010 05:40 | ||||
|
คอลัมน์: BUSINESS CORNER: วิธีการเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบมืออาชีพ จากสภาพการแข่งขันในธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ ""Logistics Service Business" หรือ " Logistics Service Provider" ที่นับวันจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้สภาพการจัดจ้าง หรือ การเลือกใช้บริการด้านโลจิสติกส์ของบริษัท หรือ ของลูกค้าปรับเปลี่ยนไปบริษัทต่างๆ เริ่มหันมาใช้บริการโลจิสติกส์จากผู้ให้บริการประเภทต่างๆ มากขึ้น รูปแบบและวิธีการเลือกใช้บริการ หรือ การจัดจ้างของบริษัทต่างๆ มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนดค่อนข้างมาก
บริษัทจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาว่าจ้าง ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในลักษณะของ "Contract Service" หรือ การจัดจ้างแบบบมีสัญญาว่าจ้างมากขึ้น โดยบริษัทจะกำหนดเงื่อนไขการบริการกับ บริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ในเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาค่าบริการ คุณภาพการบริการ รูปแบบการบริการ ลักษณะทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง จำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประกันคุณภาพและความเสี่ยงและเบี้ยปรับจากความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการให้บริการที่ผิดพลาด นอกจากนั้น ในบางบริษัทยังมีการกำหนด ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน "Key Performance Indicators" ในบริการต่างๆ ให้กับบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ถือปฏิบัติ พร้อมทั้งกำหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมประมวลผล และรายงานต่อบริษัทอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การจัดจ้าง หรือ การเลือกใช้บริการโลจิสติกส์ภายนอก ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ยุ่งยาก หรือง่ายๆ เหมือนในอดีตแต่อย่างใด บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเลือกใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เข้มงวดขึ้น หรือ รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งจากการทำวิจัยร่วมกันระหว่าง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในปัจจุบัน บริษัทผู้ใช้บริการโลจิสติกส์ มีหลักเกณฑ์และแนวทางในการเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ประวัติการให้บริการและความน่าเชื่อถือของบริษัท จะพบว่าในปัจจุบัน บริษัทที่เลือกใช้บริการโลจิสติกส์ จะให้ความสำคัญกับ ประวัติการทำงานของบริษัท และความน่าเชื่อถือของบริษัทมากขึ้น ชื่อเสียงในธุรกิจและความมั่นคงของบริษัทถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทต่างๆ ให้น้ำหนักในการเลือกใช้บริการทุนจดทะเบียน รายนามลูกค้าที่เคยให้บริการ ฐานะทางการเงินรวมถึงจำนวนรถบรรทุก หรือจำนวนบุคลากร ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่บริษัทต่างๆ พิจารณาประกอบในการตัดสินใจ 2. ความสามารถในการให้บริการ รูปแบบและเครือข่ายการให้บริการ ในปัจจุบัน บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับ บริการในลักษณะของ "Integrated Services" หรือ การใช้หลากหลายบริการด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การจัดเก็บดูแลสินค้า การตรวจสอบคุณภาพสินค้า หรือการนำเข้าส่งอออก บริษัทต้องการใช้หลากหลายบริการกับผู้ให้บริการรายเดียวมากขึ้น ดังนั้น บริษัทต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับ รูปแบบและบริการที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์นำเสนอ นอกจากนี้ยังเริ่มให้ความสำคัญกับ เครือข่ายในการให้บริการ ไปยังแหล่งผลิตและแหล่งบริโภคต่างๆ โดยมุ่งไปที่ขีดความสามารถในการให้บริการในภูมิภาคต่างจังหวัด และในต่างประเทศเป็นสำคัญ 3. ระบบเทคโนโลยีต่างๆ ที่รองรับการให้บริการ บริษัทจำนวนมาก เข้าใจและต้องการ ระบบสนับสนุนและช่วยเหลือให้การทำงานโลจิสติกส์ต่างๆ ที่ยุ่งยากเสียเวลา มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและง่ายต่อการปฏิบัติงานมากขึ้นดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับ ระบบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่างๆ ที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์นำมาประยุกต์ใช้กับงานของตน โดยในปัจจุบันจะให้ความสำคัญกับ ระบบจีพีเอส หรือระบบเอสเอ็มเอส ในงานด้านการขนส่ง และระบบซอฟแวร์ที่ช่วยในการบริหารงาน อย่างเช่น ระบบ WMS ที่ใช้ในงานคลังสินค้า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับระบบบาร์โค้ด หรือ อาร์เอฟไอดี ที่ใช้ในการรับส่ง ตรวจเช็คสินค้าต่างๆ ด้วยเช่นกัน 4. บริการเสริมต่างๆ ที่ช่วยให้บริษัทดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบัน บริษัทจำนวนมาก จะให้ความสำคัญกับบริการเสริมอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ สามารถช่วยเหลือ หรือ ดำเนินการแทนบริษัทได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารงานโลจิสติกส์ เช่น การรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานการทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ต รายงานการปฏิบัติงานรายงานความเคลื่อนไหวของสต๊อก หรือรายงานที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพ ดัชนีชี้วัดการทำงานต่างๆ ซึ่งบริการเสริมเพิ่มเติมเหล่านี้ นับวันจะเป็นเงื่อนไข ที่จำเป็นสำหรับงานด้านโลจิสติกส์มากขึ้น 5. ราคาและความคุ้มค่าในการใช้บริการ ในปัจจุบัน บริษัทส่วนใหญ่ จะพิจารณาราคาค่าบริการ ในหลากหลายลักษณะ ทั้งในแบบเหมารวม หรือแยกตามรายการการใช้บริการ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่าในการใช้บริการมากขึ้น โดยจะพิจารณาถึงคุณภาพของบริการ และความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการเป็นสำคัญ ราคาแม้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ หรือตัดสินใจเลือกเอารายใดรายหนึ่ง แต่เริ่มมีความสำคัญน้อยลงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยราคาค่าบริการส่วนมากที่ใช้ในปัจจุบัน จะไม่ใช้การกำหนดตายตัว แต่จะมีการเปิดโอกาสให้มีการปรับขึ้นหรือปรับลงได้ ในกรณีที่มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ก็จะสามารถปรับราคาได้ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหรือ ลดลง DBD กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์--จบ-- ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
|
||||


