Home
กทช.แจงแจกไลเซ่นส์แล้ว 3 แสนใบ Print
Wednesday, 22 September 2010 08:07
          กทช. แจงแจกไลเซ่นส์โทรคมนาคมแล้วเกือบ 3 แสนใบ ภายใน 4 ปี ยืนยันไม่เคยทำเกินอำนาจหน้าที่
          นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน กทช.ได้ให้ใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ไปแล้วทั้งสิ้น 298,842 ใบ ซึ่งเป็นไลเซ่นส์ที่เกี่ยวกับคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคมและมีอำนาจตาม รัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะไลเซ่นส์ที่ให้นั้น เกิดขึ้นหลังรัฐธรรมนูญปี 2550
          การออกมาแจกแจงในช่วงเวลานี้ไม่ได้มีนัยยะที่จะตอบโต้ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่ระบุว่ากทช.ไม่มีอำนาจ แต่เป็นไปตามมติคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ที่ต้องการ ให้ชี้แจงเกี่ยวกีบการอนุญาตใหใช้คลื่นความถี่ เนื่องจากมีการสอบถามเข้ามามากจากผู้ได้รับใบอนุญาตและประชาชน เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กทช.
          ทั้งนี้ กฎหมายหลักในการดำเนินการครั้งนี้ คือ ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 มาตรา 51 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2548 ซีงไม่ได้ละเมิดอำนาจ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้ต้องรอ กสทช. เพื่อมาอนุมัติคลื่นความถี่ที่เกี่ยวกับการกระจายเสียง หรือ บรอดคาสต์
          “การแถลงข่าวในครั้งนี้ไม่ได้มีนัยยะสำคัญที่จะบอกกับ กสทฯ แต่เนื่องจากมีการสอบถามจำนวนมาก จึงได้มาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่ง3 จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซก็ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ให้ใช้กับโทรคมนาคมเท่านั้น” นายประเสริฐกล่าว
          สำหรับไลเซ่นส์ที่ กทช.ให้ไปหลักๆ คือ การให้ไลเซ่นส์ 3 จี บนคลื่น 1900 เมกะเฮิร์ตซ ของ ทีโอที การโอนสิทธิ์การใช้งานคลื่นความถี่กิจการไทยโมบาย 1900 เมกะเฮิร์ตซ จากเดิมที่เป็นเจ้าของร่วมกันระหว่างทีโอที และ กสทฯ ให้ ทีโอทีได้สิทธิ์บริหารแต่เพียงผู้เดียว การอนุญาตให้ทีโอทีและ กสทฯ สามารถให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม หรือ เอชเอสพีเอ การเชื่อมโยงสัญญาณดาวเทียมธีออสของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ยกเว้นการอนุญาต เช่นจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ ไว-ไฟ และ อาร์เอฟไอดี
          อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ กทช.ยังคงให้ไลเซ่นส์ที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมเพื่อความต่อเนื่อง เพราะบางไลเซ่นส์มีอายุการใช้งาน 3 ปี ซึ่งกทช.ยังคงมีอำนาจตามปกติ รวมทั้ง จะให้ไลเซ่นส์อื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ซึ่งในวันที่ 22 ก.ย. ยังคงมีการประชุมบอร์ดตามปกติ

          ที่มา: http://www.posttoday.com

 กทช.ลั่นยึดคืนไลเซนส์3แสนใบ

          กรุงเทพฯ--22 ก.ย.--ข่าวหุ้น

          กทช.ลั่นยึดคืนไลเซนส์3แสนใบ:ระทึกศาลสั่งไร้อำนาจ ทีโอที-กสทฯ-ไอซีทีโดนหมดกทช.สวนกลับกสทฯระบุอำนาจกทช.มีเต็มเปี่ยม ออกไลเซนส์มาแล้วเกือบ 3 แสนใบ อนุญาตให้ทั้งทีโอที-กสทฯ-ไอซีที-กระทรวงยุติธรรม ลามไปยังสถานทูตฯ ระบุหากสุดท้ายศาลฯชี้กทช.ไม่มีอำนาจ ไลเซนส์ทุกใบต้องยึดคืนทั้งหมด ลั่นขั้นตอนการทำงานทุกอย่างไม่ผลีผลาม ถามกฤษฎีกามาแล้วนายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า จากการที่มีกระแสทวงถามถึงอำนาจในการออกใบอนุญาต ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งทางสำนักงาน กทช.ได้รับคำถามเกี่ยวกับเรื่องการออกใบอนุญาตดังกล่าวด้วย ดังนั้น กทช.จึงรวบรวมข้อมูลในเงื่อนไขใบอนุญาตที่ทำมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ กทช.ได้พิจารณาออกใบอนุญาต มาตรา 51 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม และ ใบอนุญาตวิทยุคมนาคม ซึ่งที่ผ่านมา กทช.ได้ออกใบอนุญาตมาแล้วทั้งสิ้น 298,842 ใบอย่างไรก็ตามหากผลการตัดสินศาลปกครองสูงสุด ยืนยันตามศาลปกครองกลางนั้น โดยคุ้มครองบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และต้องประมูล 3 จี ไปในที่สุด การที่ใบอนุญาตที่กทช.ออกให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2550 นั้น กทช.ก็จะต้องมาประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร่วมกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับใบอนุญาตที่ให้ไปแล้วกว่า 2 แสนใบ และการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของทุกรายทั้งนี้ กทช.ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่าไม่ให้นำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปใช้งานในลักษณะการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์จนกว่าจะมีหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งการทำงานของ กทช.ที่ผ่านมาได้อิงตามหลักปฏิบัติสากลของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศและกรมไปรษณีย์โทรเลข รวมถึงยังได้ทำตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และรัฐธรรมนูญสำหรับหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับอนุญาตในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 นั้นประกอบด้วย บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัทวิทยุการบิน จำกัด หน่วยงานของรัฐ (เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงยุติธรรม การไฟฟ้านครหลวง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น) ประชาชน (วิทยุสมัครเล่น และวิทยุความถี่ประชาชน) สถานเอกอัครราชทูตของต่างประเทศที่ทำการในประเทศไทย เป็นต้น“หลังจากที่ผ่านมามีการสอบถามมาเป็นจำนวนมากทั้งจากผู้รับใบอนุญาต (ไลเซนส์) และประชาชน เกี่ยวกับอำนาจของ กทช. จึงจำเป็นต้องชี้แจงให้เข้าใจ ซึ่งการแถลงข่าวในครั้งนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญที่จะบอกกับ กสทฯ แต่เนื่องจากมีการสอบถามจำนวนมากจากทั้งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตและประชาชน จึงได้มาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่งคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือ 3 จี ก็ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ให้ใช้กับโทรคมนาคมเท่านั้น  เราก็ถือว่าเราได้ปฏิบัติไปตามที่เราปฏิบัติมา” นายประเสริฐกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองได้รับคำร้องของ กสทฯ กรณีฟ้อง กทช. ว่าไม่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต 3 จี และศาลปกครองกลางนัดไต่สวน กสทฯ และ กทช.เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 53 ก่อนมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ยุติการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ของ กทช.กรณี กทช.ไม่มีอำนาจออกใบอนุญาต 3 จี กรณีดังกล่าวทำให้กทช.ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการ หรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษา ของ กทช. กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ กทช.ระงับการประมูลใบอนุญาต 3 จี ตามที่ กสทฯเป็นผู้ฟ้อง โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ กสทฯส่งคำแก้อุทธรณ์ให้ศาลพิจารณาภายในวันที่ 22 ก.ย. 53 และนัดฟังคำสั่งอุทธรณ์ และ/หรือคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของผู้ถูกฟ้องที่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับคำสั่งศาลปกครองกลาง ในวันที่ 23 ก.ย. 53 เวลา 09.00 น.--จบ--
Last Updated ( Wednesday, 22 September 2010 10:06 )