| เปิดโปงโครงการ RFID ส่อแววฉาว |
|
| Tuesday, 21 September 2010 06:05 | ||||
|
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบคุณสมบัติ การให้บริการพัฒนาเครื่องหมายการเสียภาษีรถประจำปีรูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี R a d io Fre q u e n cy Identification หรือ RFID Tag ของกรมการขนส่งบางบก พบว่า การให้บริการไม่น่าจะมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องหมายติดตั้งการเสียภาษีที่ติดตั้งกับตัวรถ จะต้องมีความสัมพันธ์กับเครื่องมืออ่านค่าที่ติดตั้งตามที่ต่างๆ ที่รถวิ่งผ่าน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 10 เมตรจึงจะสามารถทำงานได้ ดังนั้นการที่กรมการขนส่งฯ จะให้รายละเอียดถึงคุณสมบัติพิเศษของเทคโนโลยี RFID Tag ในการตรวจสอบการเสียภาษีประจำปีของรถ และป้องกันรถหายได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกมีแผนติดตั้งระบบ RFID จำนวน 450 จุด ตามถนนสายหลักทั่วประเทศก่อนจะขยายลงไปในระดับตำบล หมู่บ้าน โดยได้ทดลองให้บริการในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ในพื้นที่ของสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 และจะให้บริการในสำนักงานขนส่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในเดือน ก.ย. และทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้
แหล่งข่าวกล่าวว่า หากพิจารณาถึงอุปกรณ์ในการอ่านข้อมูลระหว่างรถที่ติดตั้ง กับอุปกรณ์ระบบ RFID จำนวน 450 จุดนั้น ไม่น่าจะเพียงพอ เพราะเพียงที่ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิแห่งเดียวได้มีการติดตั้งเครื่องมือระบบ RFID ถึง 200 จุด เพื่อป้องกันรถเข็นกระเป๋าหาย ซึ่งทุกวันนี้ก็ป้องกันได้ไม่ถึง 100% และถ้ากรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบการเสียภาษี และป้องกันรถหายได้นั้น จะต้องติดตั้งไม่รู้กี่แสนจุดทั้งประเทศ จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการเสียภาษีผ่านระบบ RFID จะเสียค่าธรรมเนียมปีละ 120 บาท จากอัตราปกติ โดยจะได้รับเครื่องหมาย 2 ส่วน ประกอบด้วย SMART TAG ซึ่งเป็นเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีรูปแบบใหม่ ที่มีส่วนประกอบของ RFID Chip สำหรับติดที่กระจกหน้าของรถยนต์ ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์จะติดที่ไฟหน้า และส่วนที่ 2 SMART PASS ซึ่งเป็น RFID ที่ติดตั้งบริเวณไฟหน้ายานพาหนะ เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูล ส่วนด้านเทคโนโลยี RFID จะมี Transceiver ซึ่งเป็นเครื่องอ่านที่เชื่อมต่อด้วยระบบคลื่นวิทยุ มีทั้งการรับ-ส่งสัญญาณวิทยุ การแปลงสัญญาณวิทยุเป็นข้อมูล และจะส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังระบบคอมพิวเตอร์เพื่อถอดรหัสเครื่องการเสียภาษีรถประจำปี--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
|
||||


