Home
ลดใช้พลังงาน...ครบ10ปี'คาร์ฟรีเดย์'ในกรุง Print
Monday, 20 September 2010 05:42
          บานเย็น แม่นปืน/รายงาน
          ถ้าพูดถึงวันสำคัญในเดือนกันยายนหลายคนก็จะนึกถึง กิจกรรมการรณรงค์หยุดใช้รถ เพื่อประหยัดพลังงาน เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือที่เราได้ยินกันคุ้นหู คือ "คาร์ฟรีเดย์"
          "คาร์ฟรีเดย์" เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2537 ที่รวมกับประชาชนใน 848 เมืองของ 25 ประเทศทั่วโลกผนึกกำลังรณรงค์ให้เกิดการตื่นตัวเพื่อลดพลังงาน หันไปใช้รูปแบบการเดินทางอื่น ๆ แทนรถยนต์ส่วนตัว เช่น ใช้รถจักรยาน ใช้รถยนต์แบบ ทางเดียวกันไปด้วยกันหรือคาร์พูล การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า ใช้รถขนส่งสาธารณะเช่น รถประจำทาง นอกจากลดการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋า แถมมีข้อดีอีกมากมายทั้งลดปัญหามลพิษ ลดภาวะโลกร้อนลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ นับแต่นั้นมาวันที่ 22 ก.ย. ของทุกปี ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความพิเศษไม่แพ้วันอื่น
          สำหรับประเทศไทยเริ่มรณรงค์ "คาร์ฟรีเดย์"เมื่อปี 2543 จนถึงปีนี้ เป็นการครบรอบ 10 ปีที่มีการร่วมรณรงค์ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์มาก และในปีนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็มีหลาย ๆ หน่วยงาน อาทิ สถานีวิทยุ จส.100 กระทรวงคมนาคม และประสานความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, กรุงเทพมหานคร(กทม.), แอร์พอร์ตเรลลิงก์ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริษัท วิริยะ ประกันภัยจำกัด, บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน), และบริษัทเอกชน ร่วมกันรณรงค์ในโครงการ "คุณช่วยได้ เพียงหยุดใช้รถเดือนละวัน เพื่อบรรเทาปัญหาจราจร" รณรงค์หยุดใช้รถยนต์ส่วนตัว เปลี่ยนเป็นใช้รถขนส่งสาธารณะ ขอเพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น
          ซึ่งการหยุดใช้รถนั้น นอกจากจะเป็นการบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดแล้ว ยังลดมลพิษ และลดการใช้พลังงานได้ไม่น้อย เนื่องจากปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลในกรุงเทพฯ มีจำนวนกว่า 300,000 คัน เพราะหากหยุดใช้รถยนต์ประมาณ 250,000 คันต่อวัน ก็จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวันหรือคิดเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาทต่อวันนอกจากนั้น ยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยสูงถึงประมาณ 2,200 ตันต่อวัน
          ทั้งนี้ในส่วนของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้มีการเชิญชวนผู้บริหาร ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. กว่า 100,000 คน ลดใช้รถลดใช้พลังงาน ในวันที่ 22 ก.ย. นี้ หันมาใช้คาร์พูล และรถตู้โดยสารของ กทม. แทน
          นอกจากนี้ กทม. เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์โดยการขี่จักรยานรอบกรุงเทพฯ เพื่อแสดงพลัง โดยจะเริ่มจากการนำจักรยาน 400 คัน แปรขบวนเป็นรูปธงชาติไทยกลางลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. และรวมตัวกับขบวนของจักรยานที่มาจาก 19 สายทั่วกรุงเทพฯอีกกว่า 3,000 คัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนกรุงเทพฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการงดใช้รถยนต์ส่วนตัวลง
          ด้าน นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากปีที่แล้ว กทม. ได้ประกาศ 9 มาตรการด้านการจัดการจราจรและขนส่ง ภายใต้เจตนารมณ์มุ่งสู่ "Car Free Bangkok" ในอนาคตด้วยการขนส่งอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการจัดสิทธิพิเศษบนถนนใหม่ที่ให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะและการเดินทางโดยไม่ใช้พลังงานมากที่สุด การส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบหลักและระบบรอง ได้แก่ รถไฟฟ้า รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT โมโนเรล ไลท์เรล เรือโดยสารในคลอง การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ การปรับปรุงบาทวิถี การพัฒนาเส้นทางจักรยาน รวมทั้งรณรงค์สร้างความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน
          ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมแนวคิดการขนส่งยั่งยืน อาทิผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายอ่อนนุช-แบริ่งให้พร้อมเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2554 เปิดให้บริการรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ริเริ่มโครงการโมโนเรลสายแรก จุฬาฯ-สยาม จัดหาผู้ให้บริการเดินเรือในคลองแสนแสบ เร่งรัดจุดเชื่อมต่อการเดินทางแยกสาทร เตรียมก่อสร้าง
          สกายวอล์ก 5 แห่ง เปิดเส้นทางจักรยานเพิ่มอีก 3 แห่งนอกจากนี้ กทม. ยังได้ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันผลักดันโครงการระบบขนส่งสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆให้เปิดใช้ได้อย่างรวดเร็วที่สุดเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ชาวกรุงเทพฯ และส่งเสริมการขนส่งอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
          เชิญชวนชาวกรุงเทพฯจอดรถส่วนตัวไว้ที่บ้าน 1 วัน และหันมาใช้รถสาธารณะเพื่อช่วยกันลดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการช่วยรักษาดูแลเมืองหลวงแห่งนี้ให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นอนาคตที่ดีของลูกหลานเราต่อไปในอนาคต.--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์