Home
Money Pro : ไทยกับการเป็นเจ้าภาพ World Expo 2020 Print
Monday, 06 September 2010 05:43
          วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ CFPTM
          ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยจะไปเยือนเซี่ยงไฮ้เวิลด์เอ็กซ์โป เพราะเป็นวันของชาติไทย เนื่องจากเขาจะให้ประเทศที่มาออกงานมีโอกาสได้สลับกันแสดงศิลปวัฒนธรรมและไฮไลต์ของประเทศ โดยของไทยเป็นวันที่ 5 กันยายน   ในคราวนี้มีการพูดถึงการเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โปในครั้งถัดจากครั้งหน้าที่มิลานจะเป็นผู้จัดในปี 2015 คือ เจ้าภาพในการจัดปี 2020 ซึ่งไทยเราอยากเสนอตัว
          World Expo หรือมหกรรมโลก หรืออาจเรียกว่า World’s Fair เริ่มมาตั้งแต่ปี 1851 ที่กรุงลอนดอน เพื่อเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เนื่องจากตอนนั้นกำลังเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมีการแสดงสินค้าที่ใช้เครื่องจักรผลิตเป็นครั้งแรก แต่การจัดอาจมีวัตถุประสงค์อื่นด้วยก็ได้ เช่นตอนที่ปารีสจัดเพื่อรำลึกถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นต้น
          การจัดก็ไม่จำเป็นต้องจัดทุก 5 ปี อาจจะจัดทุก 2-3 ปีก็ได้  แต่ในปัจจุบัน ถ้าเป็นเอ็กซ์โปที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นครั้งใหญ่ จะจัดทุก 5 ปี  โดยเจ้าภาพจะต้องจัดเตรียมสถานที่ และเตรียมการคมนาคมไปยังงานให้ดี อย่างกรณีของเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โป ก็มีวิธีเข้างานทั้งทางถนน ทางน้ำ  และทางรถไฟใต้ดิน ซึ่งถือว่าสะดวกมาก
          งานเอ็กซ์โปไม่ใช่งานแสดงสินค้า แต่หากประเทศนั้นๆ จะนำสินค้าที่ขึ้นชื่อของตนไปแสดง หรือไปจำหน่ายก็ไม่ว่ากัน เช่น ในศาลาของบราซิลก็มีการนำเมล็ดกาแฟไปขาย ให้ผู้ชมได้ซื้อกลับไปชิมที่บ้าน หรือเปรูก็นำสินค้าหัตถกรรมประเภทเครื่องหนังปักลายสีสดๆ ไปขาย เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชมงานทราบว่า แต่ละประเทศมีของดีอะไรบ้าง
          จากคู่มือชมงานที่สายการบินไชน่าอีสเทิร์นแจกการไปเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โป ควรจะไปดู 5 อย่าง คือ ดูประเทศจีน ดูโลก ดูอนาคต ดูเทคโนโลยี และดูวัฒนธรรม
          ประเทศต่างๆ จะมาสร้างศาลา หรือ ปะรำ หรือ pavilion หากเป็นประเทศที่พอมีฐานะ ก็จะสร้างเอง หรือที่เรียกว่า self-built ส่วนที่ไม่ค่อยมีงบประมาณ ทางเจ้าภาพก็จะจัดศาลามาตรฐานให้ และประเทศผู้ออกงานจะตกแต่งเอง  เช่น เบลารุส เขาวาดภาพทิวทัศน์ของเมืองในฤดูหนาวบนกำแพง ดูแล้วเหมือนการ์ดคริสต์มาส หรือกัมพูชาจะนำรูปปราสาทนครวัดไปติดด้านนอก เป็นต้น
          นอกจากศาลาแยกแล้ว หากงบประมาณน้อยลงไปอีก ก็อาจจะเข้าไปอยู่ในศาลารวม เช่น ศาลารวมของยุโรป จะมีประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออกอยู่รวมกันหลายแห่ง
          ทางการจีนคาดว่าจะมีผู้ไปเยี่ยมชมเวิลด์เอ็กซ์โปที่เซี่ยงไฮ้ 70 ล้านคน ในช่วงเวลา 6 เดือนที่จัด  ดิฉันสังเกต ดู การจะมีคนไปชมมาหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2-3 อย่าง  อย่างแรกคือ theme ที่จัด ถ้าเป็นเทคโนโลยี คนจะให้ความสนใจมาก  ถ้าเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ในสมัยปี 1984 ที่นิวออร์ลีนส์ที่เคยไปมา คนจะสนใจน้อย  (เพียง 8.4 ล้านคน) นอกจากนี้ ความมีชื่อเสียงของเมืองที่จัดก็มีส่วนสำคัญ  ถ้าเป็นปารีส ถึงแม้จะจัดมา      ครั้งแล้ว คนก็ยังไปกันมาก
          นอกจากนั้น จำนวนประชากรของประเทศนั้นๆ หรือประชากรของประเทศอื่นในแถบนั้นที่สามารถเดินทางเข้ามาชมงานได้ ก็มีส่วนสำคัญ  แต่คิดว่าคงไม่มีประเทศไหนสามารถมีจำนวนคนเข้าชมงานได้สูงเท่าจีนค่ะ
          หากประเทศไทยยื่นเป็นเจ้าภาพ ต้องรวมเอาประชากรของอาเซียน คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า ฟิลิปปินส์ และบรูไนเข้ามาด้วย ว่าจะเป็นฐานประชากรที่จะมาเยี่ยมชมงาน เพราะถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน พอถึงปี 2015 เราก็จะเป็น  ASEAN ECONOMIC COMMITTEE (AEC) ซึ่งประชากรของทั้ง 10 ชาติ (รวมไทยด้วย) ก็จะสามารถเดินทางเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี
          หลังเสร็จงาน ศาลาบางส่วนจะถูกรื้อไป และศาลาที่ได้รับการลงคะแนนว่าเป็นที่นิยมจะถูกเก็บเอาไว้  ซึ่งก็ทำให้เมืองนั้นมีจุดสนใจด้านการท่องเที่ยวเพิ่มอีก เช่น ที่เมืองเซวิญา ของสเปน  แต่ทั้งนี้ ต้องดูแลให้ดี มิฉะนั้น จะกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างร้างๆ ที่รกรุงรัง
          แน่นอนว่า ในช่วงจัดงาน 6 เดือน นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเยี่ยมชมงาน และถือโอกาสแวะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆ กันไปด้วย  เช่น ของเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะแวะซูโจว เมืองผ้าไหม และหังโจว เมืองเก๊กฮวย ไปด้วย
          ถ้าประเทศไทยจะจัดต้องใช้ชื่อเมืองใหญ่ค่ะ เช่น Bangkok Expo 2020 แต่ความจริงแล้วจัดที่ปทุมธานี  หรือ Chiangmai Expo 2020 แต่ความจริงแล้วจัดที่ลำพูน  หรือ  Pattaya Expo 2020 แต่ความจริงแล้วจัดที่ชลบุรี  เพราะชื่อเมืองใหญ่ ดึงดูดคนได้มากกว่า
          ไทยอาจจะถือโอกาสนี้ สร้างเมืองใหม่ เพื่อลดความแออัดของกรุงเทพฯ ก็ได้นะคะ  เพราะการจัดงานเอ็กซ์โป ต้องมีการสร้างการขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือบนดิน และสร้างอาคารที่พักให้กับสตาฟฟ์ของประเทศผู้ร่วมงาน  อาคารเหล่านี้ก็สามารถนำมาขายเป็นที่อยู่อาศัยได้ในภายหลัง
          ถ้าจะให้ดี หลังจากงานเอ็กซ์โปสิ้นสุดลง เราควรจะรื้อเฉพาะศาลามาตรฐาน ส่วนศาลาที่เขาสร้างขึ้นมานั้น น่าจะเก็บเอาไว้ทั้งหมด แล้วทำสวนสนุก ไปเลย  จะเป็นแบบมีรถเคเบิลค่อยๆ พาขึ้นไปชมวิว หรือจะแบบนั่งเรือชมหัตถกรรมของภาคต่างๆ ก็ได้
          ที่สำคัญ เราควรจะจัดงานให้มีสีเขียว มีต้นไม้ใบไม้ ดอกไม้ เยอะหน่อยค่ะ  งานเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โปนี้ไม่มีต้นไม้เลย  มีแต่สิ่งปลูกสร้างฝีมือมนุษย์  ดูแล้วไม่ชุ่มฉ่ำสบายตา
          ที่ดิฉันกังวล คือ เราจะจัดงาน 6 เดือนในช่วง 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม ได้อย่างไรโดยให้ฝนรบกวนน้อยที่สุด  เพราะเป็นฤดูฝนพอดี  หรือจะต้องสร้างโถงกว้างขนาดใหญ่แบบคริสตัลฮอลล์ของอังกฤษ  ถ้าขอย้ายเขามาจัด กุมภาพันธ์ ถึง  กรกฎาคม  อาจจะปลอดภัยกว่านะคะ
          คู่แข่งของเรามีใครบ้าง  มีบริสเบน ออสเตรเลีย  ริโอเดอจาเนโร และเซาเปาโล บราซิล  มอนทริออล และวินนิเพค แคนาดา  กวางเจา จีน  โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก  ลิลส์ ฝรั่งเศส  มะนิลา และเซบู  ฟิลิปปินส์  อัคครา  และอิสเมียร์ ตุรกี   ดูไบ ยูเออี  ฮุสตัน  นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส  สหรัฐอเมริกา
          ขอเอาใจช่วยให้เราได้จัดงานค่ะ--จบ--

          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

'มาร์ค'พาฝันจัดExpo 2020 ตะลึงใช้งบประมาณ1.5พันล.

          ASTVผู้จัดการรายวัน - นายกฯ เปิดงานวันชาติไทยในงาน World Expo เมืองจีนประกาศตัวอาสาเป็นเจ้าภาพ Expo 2020 อีก10 ปีข้างหน้า คาด 7 เดือนข้างหน้าคลอดแผนเชื่อยื่นเสนอตัวได้ครึ่งปีแรกของปีหน้า พร้อมสั่งวางแผนใช้ประโยชน์พื้นที่ถาวรหลังจบงานรับเตรียมชงรถไฟไฮสปีดเข้า ครม.เร็วๆ นี้
          วานนี้ (5 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่าน "รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ซึ่งเป็นการบันทึกเทปจากกรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างเข้าร่วมงานเวิลด์ เอกซ์โป เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่าที่เซี่ยงไฮ้มีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งความเร็วสูงสุด505 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตนได้ใช้เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองระยะทาง 30 กิโลเมตรใช้เวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ทางประเทศไทยได้กำหนดกรอบเจรจากับประเทศจีน ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยและกระทรวงคมนาคมก็ได้เตรียมความพร้อมปรับปรุงระบบคมนาคม โดยเฉพาะการขนส่ง ระบบรางควบคู่ไปด้วยพาคนไทยฝันจัด Expo 2020
          อีกด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลไทยจะประกาศตัวอาสาเป็นเจ้าภาพการจัดงานWorld Expo 2020 (2563) โดยใช้งานวันชาติของแต่ละชาติ ซึ่งของประเทศไทยจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดExpo ในอีก 10 ปีข้างหน้า ในการที่จะเกริ่นประกาศความสนใจในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพไว้ ส่วนรายละเอียดของการเสนอตัวนี้ ยังจะต้องมีรายละเอียดอีกมากเพราะเราจะต้องไปหาข้อยุติในเรื่องของสถานที่ให้ชัดเจน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายทางสำนักงานส่งเสริมจัดการประชุมและนิทรรศการ หรือสสปน. ไปแล้ว ซึ่งจะได้ข้อยุติใน 7 เดือนข้างหน้า และคิดว่าในครึ่งปีแรกของปีหน้าจะสามารถยื่นเสนอตัวอย่างเป็นทางการได้
          เรากำลังพูดถึงการจัดงานในอีก 10 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ต้องมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น การดูความพร้อม เขาจะต้องดูเรื่องสถานที่ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และเรื่องของข้อเสนอเกี่ยวกับแนวคิดของการจัดงาน ซึ่งกรณีของประเทศไทย มีภาพที่ชัดเจนว่าขณะนี้เราเป็นเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อนข้างรวดเร็ว กำลังมีการลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องการขนส่ง คมนาคม ค่อนข้างจะมาก และก็เมืองที่ขณะนี้เราพิจารณาอยู่ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี อยุธยา หรือเชียงใหม่ ก็มีความน่าสนใจ ความดึงดูดอยู่ และแนวคิดที่เราจะนำเสนอนี้จะเป็นเรื่องของความสมดุลและความยั่งยืน ซึ่งเรามั่นใจว่า แนวคิดนี้ในอีก10 ปีข้างหน้ายังคงเป็นแนวคิดที่จะสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก อยู่ในความสนใจของประชาคมทั่วโลก
          นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่าการที่จะวางแผนในการจัดงาน มันคงไม่ใช่งานนิทรรศการเล็กๆที่จะต้องเลิกรากันไป เรากำลังคิดถึงเรื่องของการพัฒนาบางพื้นที่ควบคู่ไปกับการจัดงานเพราะว่าสิ่งที่มันเป็นมาตรฐานที่เขากำหนดเอาไว้นี้ มันมีเรื่องของระบบขนส่งมวลชน ที่จะต้องสามารถที่จะนำคนเข้าไปชมงานได้เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงเงินลงทุนนี้ มันจะมีทั้งในส่วนที่อาจจะเป็นการจัดงานเป็นการเฉพาะ บวกกับเรื่องของการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างนี้ หรือแม้กระทั่งบางส่วนของงานนี้ อาจจะสามารถเก็บไว้ใช้ประโยชน์เป็นการถาวรได้อีก เหมือนกับของจีนนี้ก็จะมีในส่วนของเขาที่เขาเก็บไว้เป็นอาคารถาวร แต่ว่าบางส่วนก็จะรื้อทิ้งไปเมื่องานเสร็จ อย่างนี้เป็นต้นดังนั้น พื้นที่ที่จะกำหนดก็คงจะต้องมีความชัดเจนเหมือนกันว่า ก่อนและระหว่างการจัดงาน หลังการจัดงาน จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ 7 เดือนข้างหน้าเป็นงานหนักที่จะต้องได้ข้อสรุปตรงนี้มา
          ด้านนายอิสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรม Expo ในปี 2020 จะต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมมากพอสมควรเพราะว่าประสบการณ์จากการจัดครั้งนี้ เราเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นปี เฉพาะศาลาไทยอันเดียว ซึ่งเราได้รับมอบพื้นที่ในการจัดงานเพียง 2 ไร่จากทางเจ้าภาพ โดยรับมอบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกันประเทศที่มาร่วมจัดงานทั้งหมด 192 ประเทศบวกกับองค์กรเอกชนอีก 50 แห่งมาร่วมจัดงานในครั้งนี้ รวมพื้นที่จัดงาน Expo ครั้งนี้ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ทั้งหมด 3,300 ไร่ เพราะฉะนั้น ประสบการณ์จากที่เรามาร่วมการจัดงานครั้งนี้ คงจะต้องนำไปเป็นข้อมูลสำหรับเตรียมในการจัดงานของเราต่อไป สำหรับศาลาไทยที่เรามาจัดครั้งนี้ ได้รับความนิยมอยู่ในระดับสูงสุดนะครับ ติด 1 ใน 7 มาตลอดตั้งแต่วันเปิดงานมาเลย จำนวนผู้เข้าชมงานทั้งหมดศาลาไทยเดี๋ยวนี้ 4,300,000 เราตั้งเป้าไว้ว่าจะได้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมศาลาไทยนั้น 10 เปอร์เซ็นต์ของคนเข้ามาดูทั้งหมดกว่า17 ล้านคน คิดว่าเป้านี้คงจะทำได้
          เมื่อถามว่า ทีนี้ประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงกันมากคืองบประมาณที่ใช้ เพราะว่าอย่างถ้าเกิดเป็นเฉพาะศาลาไทย แค่ 2 ไร่อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอก ก็มีงบประมาณหนึ่งน่าจะจัดได้ แต่ว่า 10 ปีข้างหน้าเราจะเป็นเจ้าภาพทั้งงาน งบประมาณที่ใช้มันต้องเท่าไร และเรามีความพร้อมสำหรับงบประมาณเงินก้อนนี้ขนาดไหนอย่างไร นายอิสระกล่าวว่า เฉพาะศาลาไทยใช้งบประมาณทั้งหมด 590 ล้านบาทโดยเริ่มตั้งแต่วางรากฐานเสาเข็ม จนกระทั่งเสร็จงานและรวมทั้งค่ารื้อถอนด้วย แต่ทางเจ้าภาพในภาพรวมทั้งหมดใช้งบประมาณจำนวน 1.4 หรือ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งค่อนข้างจะมาก ดังนั้นการที่เราจะจัดที่กรุงเทพฯนั้น คิดว่าเรื่องเงินเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องมาเตรียมพร้อมเหมือนกัน--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน
 
Last Updated ( Monday, 06 September 2010 05:45 )