Home
'Maglev' รถไฟความเร็วสูงจีน Print
Monday, 06 September 2010 05:39
          เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจไปแล้ว  สำหรับ "สาธารณรัฐประชาชนจีน" ที่ปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไกลเทียบเท่าประเทศในแถบทวีปยุโรป ซึ่งจีนทำได้ดีเกินคาดเพียงในเวลาแค่ไม่กี่ปี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาชนบทและปฏิรูปเกษตรกรรม การสร้างเมืองอุตสาหกรรม หรือแม้แต่การพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งที่รวมไปถึง "ระบบรถไฟความเร็วสูง" หรือ Maglev การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีนเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2547 เมื่อรัฐบาลจีนได้จัดซื้อรถไฟความเร็วสูงในขีดความเร็ว 200 กม./ชั่วโมง จำนวน 140 ขบวน โดยจีนได้เร่งพัฒนาอย่างเต็มอัตราในปี พ.ศ.2551 เมื่อรัฐบาลจีนประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีมูลค่าถึง 4 แสนล้านบาท สิ่งสำคัญที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานคือ ความมีวิสัยทัศน์ และ ความแน่วแน่ ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการกำหนดแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองเพื่อสร้างขีดความสามารถในการส่งออกระยะยาว นโยบายการตลาดที่มีเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาหลายๆ อุตสาหกรรมในประเทศ
          ระบบรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากการเติบโตในรูปแบบที่เน้นการบริโภคมากยิ่งขึ้น และรถไฟความเร็วสูงก็บรรลุเป้าหมายตามที่จีนได้วางไว้
          กระทั่งปัจจุบัน "รถไฟความเร็วสูง" ของจีน วิ่งด้วยความเร็วระดับ 300-400 กม./ชม. โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา คือ หากเป็นเวลากลางวันจะใช้ความเร็วระหว่าง 350-400 กม./ชม.เลยทีเดียว แต่ในช่วงเวลากลางคืนจะใช้ความเร็วในระดับ 300-350 กม./ชม.
          ทั้งนี้ ระบบรถไฟความเร็วสูงต้องใช้งบประมาณการก่อสร้างสูงเนื่องจากมีโครงสร้างยกระดับและสะพาน นอกจากนี้ รถไฟยังวิ่งด้วยความเร็วที่สูงมาก อุโมงค์จึงต้องกว้างเพื่อลดพลังลมดูด และระบบสัญญาณที่ซับซ้อนเพราะเป็นการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ากระแสสลับที่ให้ประสิทธิภาพถึงร้อยละ 90
          การลงทุนในระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีนถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นการชูธงในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการสร้างงาน สร้างโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพให้เกิดในชุมชนเมืองเพิ่มมากขึ้น
          สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) หน่วยงานของกระทรวงการคลัง ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช เจ้ากระทรวงฯ ได้เป็นผู้ริเริ่มในการศึกษาและกำหนดโรดแม็พในการพัฒนาการขนส่งระบบรางอย่างเป็นรูปธรรม ได้ร่วมผลักดันเพื่อส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจยังมีมติเห็นชอบแผนยกระดับการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยใช้งบประมาณ 170,000 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบรางเพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งได้ในระยะทาง 120-140 กม./ชม. ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ กรุงเทพฯ-ระยอง
          นอกจากนี้ยังจะต่อยอดแผนพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพิ่มเติมในอีก 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย และ กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ อีกทั้งรัฐบาลจีนได้แสดงความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับรัฐบาลไทยในอีกด้วย
          ถ้าพิจารณาแบบผิวเผินก็ดู      เหมือนอะไรๆ ก็เหมือนจะง่ายดาย หากประเทศไทยจะมีรถไฟความเร็วสูงเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลเช่นเดียวกันกับประเทศมหาอำนาจอย่างจีน แต่ปัญหาที่ยังมองไม่เห็นก็รออยู่มากมายไม่แพ้กัน นอกจากจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ยังมีขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ซึ่งเชื่อได้เลยว่าปัญหาที่ตามมาจะมีอีกมากมาย ประชาชนในพื้นที่จะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่...หรือแม้ว่าสามารถสร้างได้จริง ก็คงไม่มีใครกล้ารับประกันได้ว่าผลประโยชน์ที่ตามมาจะคุ้มค่ากับที่เสียไปหรือไม่
          เพราะเม็ดเงินในการลงทุนไม่ใช่จำนวนน้อยๆต้องขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจที่ได้พาไปสัมผัสรถไฟความเร็วสูงของจีน และก็มานั่งลุ้นกันว่า ของไทย..เมื่อไรจะได้นั่ง.--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์