| ทีดีอาร์ไอ ฉะ กทช.ยับยุรัฐแก้กฎหมายโทรคมนาคม |
|
| Monday, 06 September 2010 05:38 | ||||
|
กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำหนดการประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3 จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เชื่อว่าจะไม่มีใครยอมเป็นเอกชนที่ได้รับไลเซนส์ใบที่ 3 อย่างแน่นอน ซึ่งใบที่ 3 ที่จะเปิดประมูลหลังจบการประมูลครั้งแรกใน 90 วัน กทช.ไม่มั่นใจว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง กระทบการออกใบอนุญาตหรือไม่ โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... (พ.ร.บ. กสทช.) หากออกทันในช่วงดังกล่าว กทช.ก็ต้องชะลอการออกใบอนุญาตใบที่ 3 ให้ กสทช.เป็นผู้ดำเนินการ
แต่แม้จะมี กสทช.ออกมาแล้ว ก็จะไม่มีผลย้อนหลังให้การประมูลใบอนุญาต 2 ใบแรกต้องเป็นโมฆะ ดังนั้น เอกชนคงไม่กล้าเสี่ยง และประมูลรอบแรกกันเต็มที่ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาส ทั้งนี้ กทช.กำหนดระยะเวลาการประมูลในวันที่ 20-28 ก.ย. ที่โรงแรมเอวาซอน หัวหิน โดยใช้งบประมาณบริหารจัดการทั้งหมดรวม 50 ล้านบาท มีการกันสถานที่ให้ผู้เข้าร่วมประมูลโดยเฉพาะ ขาดการติดต่อสื่อสาร เพื่อให้เกิดการประมูลที่ยุติธรรม ไม่มีการสมยอมราคา โดยเงื่อนไขการประมูล กำหนดให้เคาะราคาวันละ 12 รอบ เริ่มตั้งแต่ 09.00-21.00 น. ให้เสนอราคาช่วง 30 นาทีแรกของทุกชั่วโมง ครั้งละ 640 ล้านบาท เปิดประมูล 2 ใบอนุญาตพร้อมกัน หากมีเอกชนรายใดสละสิทธิ์การเสนอราคา (Waiver) ครบ 3 ครั้ง อีก 2 รายที่เหลือจะชนะการประมูล นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ตามหลักข้อคิดเห็นต่อนโยบายและกฎระเบียบของรัฐต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทยนั้น ในหลักความเป็นจริง ประเทศไทยควรที่จะเปิดเสรีให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ทั้งนี้จากการที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ได้มีการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ที่จะถึงในวันที่ 20 ก.ย.นี้ โดยมีผู้ยื่นความจำนงเข้าประมูลเพียง 3 ราย โดยผู้ลงทุนต่างชาติเข้าร่วมประมูลนั้น เนื่องมาจากการที่ กทช.ส่งสัญญาณสับสน ทำให้การไปโรดโชว์โดยเฉพาะในช่วงหลังสูญเปล่า และไม่ได้ประโยชน์ นอกจากนี้ ปัญหาของร่างประกาศว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ. ...ที่ กทช.ได้ออกประกาศมานั้น แม้ว่าจะไม่ขัดกับข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่การเปิดเสรีโทร คมนาคมในกรอบอาเซียนแต่ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่ง กทช.ก็ไม่มีเหตุผลในการออกกฎหมายดังกล่าวที่ชัดเจนว่าจะช่วยประโยชน์สาธารณะอะไร ซึ่งตัวอย่างหลักเกณฑ์ในประเทศ OECD ที่พัฒนาแล้วส่วนมากจะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสัดส่วนผู้ถือหุ้นเลย อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาต 3G จำนวน 2 ใบ น่าจะได้ค่าประมูลไม่สูงกว่าราคาต้นมากนัก ซึ่งใบอนุญาตอีก 1 ใบ ในส่วนของระยะเวลาในการเริ่มการออกใบอนุญาตที่เหลือสั้นเกินไป ที่ระบุว่าจะดำเนินภายใน 90 วัน ซึ่งมองในหลักความเป็นจริงแล้วผู้ร่วมทุนต่างชาติก็จะไม่มีการเตรียมตัว นอกจากนี้หาก กทช.จะโรดโชว์ก็ต้องโรดโชว์ให้จริงจังและให้เวลาต่างชาติได้เตรียมตัว และแก้กฎระเบียบเรื่องผู้ประกอบการต่างด้าวร่วมทุน และความไม่แน่นอนจากกฎหมาย กสทช.ฉบับใหม่ และอำนาจที่เหลือของ กทช.ในการรักษาการแทนด้วย หากร่างฯ มีการหยิบยกขึ้นมาใช้อีกครั้งในการประมูลใบอนุญาตสุดท้ายที่เหลือ ก็จะไม่เกิดการแข่งขันเหมือนเดิมเพราะส่งผลให้ผู้ให้บริการรายเดิมที่พลาดการประมูลใบอนุญาต 2 ใบแรกไปโดยไม่ต้องประมูล และได้ในราคาต่ำสุดของผู้ชนะการประมูล อีกทั้งระยะเวลากำหนดระยะเวลาในการดำเนินการเปิดให้ไลเซนส์ใบสุดท้ายสั้นเกินไปเพียง 90 วัน ซึ่งเห็นว่าเพื่อให้การแข่งขันรอบแรกมีการแข่งขันที่แท้จริงควรเพิ่มระยะ เวลาออกไปเป็น 1 ปี ทั้งนี้ ในร่างครอบงำกิจการของคนต่างด้าวของ กทช.ระบุเอาไว้ว่าห้ามมิให้มีการแต่งตั้งคนต่างชาติดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารในส่วนต่างๆ ดังนี้ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หัวหน้าผู้บริหารด้านจัดซื้อ หรือหัวหน้า ผู้บริหารด้านการเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ห้ามผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าว ผู้แทน หรือตัวแทนมีสิทธิ์ออกเสียงในการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเกินกว่าสัดส่วนที่ถือไว้จริง อันเนื่องมาจากการถือหุ้นบุริมสิทธิชนิดต่างๆ เช่น go lden share หรือ จากสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (shareh older's agr eement) ที่จำกัดหรือทอนสิทธิของผู้ถือหุ้นไทย ทั้งนี้ รัฐบาลควรเร่งแก้กฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคมฉบับที่ 3 เพื่อเปิดเสรีการประกอบกิจการโดยเร็วที่สุด ด้วยการแก้เพดานการถือหุ้นของต่างชาติจาก 49% เป็น 100% เต็ม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจการโทรคมนาคมเป็นกิจการที่ใช้เงินลงทุนสูง และยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากต่างชาติ ซึ่งการที่ต่างชาติไม่มาประมูล ไม่ใช่ประเด็นเรื่องการยกเลิกสัญญาเป็นใบอนุญาต หรือเรื่องการบิดเบือนข้อมูลเรื่อง กทช.ไม่มีอำนาจในการจัดสรรความถี่ใหม่ หรือบิดเบือนเรื่องกติกาให้รายใหม่ไม่สามารถแข่งขันกับรายเก่าได้ ตามที่กทช.กล่าวอ้างก่อนหน้านี้ "กทช.ทำร่างดังกล่าวขึ้นมาโดยไม่มีการประเมินความเสียหาย และตอนนี้ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ยังไม่บังคับใช้เพราะไม่มีต่างชาติมาร่วมประมูลแม้แต่รายเดียว มีเพียงผู้ให้บริการเข้าร่วมประมูลซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าคลื่นไม่สูงกว่าราคาตั้งต้น 12,800 ล้านบาทแน่นอน หากยังประกาศใช้ร่างนี้ก็จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น" ทั้งนี้ กทช.ควรกำกับดูแลการเชื่อมโยงโครงข่าย และการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ให้เอื้อต่อการแข่งขัน โดยไม่ควรกำหนดให้เอกชนตกลงกันเอง แทบไม่กำกับดูเพราะเอกชนอาจจะตกลงค่าเช่าราคาสูงเพื่อกีดกันรายใหม่เข้าสู่ตลาด เหมือนกรณีการกำหนดค่าเชื่อมโยงโครงข่าย และรัฐบาลและ กทช.ควรร่วมกันทำความชัดเจนเรื่องการใช้โครงข่ายพื้นฐาน 2G โดยเร็วเพื่อช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน สำหรับข้อเสนอแนะนั้น กทช.ควรกำหนดเงื่อนไขในการให้บริการอย่างทั่วถึงที่เอื้อต่อการแข่งขัน โดยให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูและวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... ที่จะประกาศใน 2-3 เดือนหลังจากนี้ และตามคำแนะนำของธนาคารโลกที่ระบุให้ผู้รับใบอนุญาตให้บริการอย่างทั่วถึง หรือ U S O ตามแผนที่ กทช.กำหนด หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็ให้จ่ายเงินจำนวน 4% ของรายได้รวมเข้ากองทุน USO ฉะนั้นการที่ กทช.กำหนดตามใจชอบโดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้าให้ผู้รับใบอนุญาต 3 G ให้บริการอินเตอร์เน็ต 4.5 หมื่นโรงเรียน เฉลี่ยรายละ 1.5 หมื่นโรงเรียน โดยไม่คิดค่าบริการฟรี 5 ปี โดยไม่มีการันตีว่ามีต้นทุน 4% ตามข้อกำหนดนั้นไม่เป็นธรรมกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่น นอกจากนี้ กทช.ควรส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันข้ามบริการ ด้วยการออกใบอนุญาตการประกอบกิจการไว-แมกซ์ให้แข่งขัน 3 G มากกว่าให้เป็นบริการเสริม 3G ในพื้นที่ห่างไกล โดยห้ามไม่ให้ผู้รับใบอนุญาต 3 G ประกอบกิจการไว-แมกซ์ หรืออย่างน้อยควรสงวนใบอนุญาตจำนวนมากให้รายใหม่เพื่อสร้างการแข่งขันให้มีมากขึ้น สำหรับการที่ กทช.จะปรับค่าเสียหายจากกรณีที่เอกชนไม่สามารถเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทบิลิตี้) ได้ตามกำหนดในวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา วันละ 20,000 บาทนั้น มองว่าเป็นค่าปรับที่ถูก เพราะในแต่ละปีกิจการโทรคมนาคมมีเม็ดเงินสะพัดกว่าแสนล้านบาท ซึ่งเอกชนก็คุ้มที่จะถูกปรับ สุดท้ายกทช.ควรกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ 2G ไม่ให้ถูกกดดันไปใช้บริการ 3 G เช่น การเข้าไปกำกับดูแลค่าบริการและคุณภาพอย่างเคร่งครัด หาก กทช.ไม่เข้าไปดูแลผู้ให้บริการอาจละเลยบริการ 2G บีบให้ผู้ใช้บริการย้ายไปใช้ 3G เพื่อลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐลงต่อเนื่อง สำหรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวคิดแปลงสัมปทาน 2G ของรัฐบาลว่า เป็นหลักการที่ดีเพราะมีความเป็นไปได้ทางการเงิน แต่เป็นแนวทางที่ผลักดันยาก ฉะนั้นอย่างน้อยรัฐบาลควรจะมีการหารือเรื่องการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานก่อน อายุสัมปทานจะหมด ทั้งนี้รัฐบาลควรลดค่าธรรมเนียมจาก 12.5% ให้อยู่ในระดับเดียวกับ 3G ซึ่งมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2% U S O 4% โดยรัฐไม่ควรได้ผลประโยชน์น้อยกว่าเดิมด้วยการเพิ่มรายได้จากค่าแรกเข้าโดยให้ผ่อนชำระได้ ค่าเช่าโครงข่ายและค่าประมูลคลื่น ในขณะที่เอกชนได้ประโยชน์จากการลดการลงทุนซ้ำซ้อน "ทีดีอาร์ไอ จวก กทช.ยับยุรัฐแก้ พ.ร.บ.โทรคมฯ ให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ชี้เหตุต่างชาติไม่ยื่นประมูล3G เหตุ เพราะ กทช.ออกร่างประกาศการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ฟันธงประมูล 3G ไม่เดือดดานราคาสูงกว่าราคาตั้งต้นไม่มาก แนะออกใบอนุญาตบังคับไว-แมกซ์แข่ง 3G สร้างการแข่งขันอย่างแท้จริง" บรรยายใต้ภาพ สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
|
||||


