Home
คอลัมน์: เลี้ยวขวา สนทนาจราจร: เมื่อโจรหมายปองสายไฟทางหลวง Print
Sunday, 05 September 2010 06:27
          หัวปิงปอง
          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ขึ้นชื่อว่าโจรแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันสามารถขโมยได้ทุกอย่าง ยกเว้นของอย่างเดียวที่มันไม่ขโมย นั่นก็คือของของตัวเอง...แม้ว่าของสิ่งนั้นมองเผินๆ แล้วมันไม่น่าจะเอาไปใช่ประโยชน์ส่วนตัวได้   ตัวอย่างเช่น สายไฟฟ้า เสาไฟฟ้าแรงสูง ฝาตะแกรงเหล็กปิดท่อระบายน้ำ...ก่อนหน้านี้ใครจะคิดว่าของแบบนี้จะมีโจรมาขโมยเอาไปใช้ประโยชน์จะคิดว่าของแบบนี้จะมีโจรมาขโมยเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวได้ แต่ทุกวันนี้ของเหล่านี้ก็ถูกขโมยครับ    นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงแจ้งมาว่ากรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้รวบรวมรายงานข้อมูลการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางของกรมทางหลวงประจำเดือนกรกฎาคม 2553 พบว่า มีบริเวณที่มีปัญหาการโจรกรรม 26 แห่ง มูลค่า 2,381,645 บาท
          พื้นที่ที่มีปัญหาการโจรกรรมอุปกรณ์งานทางที่มีมูลค่าความเสียหาย 2 ลำดับแรก คือ สำนักทางหลวงที่ 11 (กรุงเทพฯ) มูลค่าความเสียหาย 520,620 บาท รองลงมาคือ สำนักทางหลวงที่ 9 (ลพบุรี) มูลค่าความเสียหาย 352,900 บาท และสำนักทางหลวงที่ 12 (ชลบุรี) มูลค่าความเสียหาย 171,492.50 บาท
          เมื่อพิจารณาอุปกรณ์งานทางที่ถูกโจรกรรมที่มีมูลค่าความเสียหาย 2 ลำดับแรก พบว่าเป็นการโจรกรรมสายไฟฟ้า มูลค่ารวม 724,670 บาท รองลงมาคือ ฝากตะแกรงเหล็ก มูลค่ารวม 469,622.50 บาท และหม้อแปลงไฟฟ้าร้อยละ 9.67 มูลค่ารวม 140,000 บาท
          ซึ่งเปรียบเทียบกับเดือนมิถุนายน 2553 พบว่าสถิติการโจรกรรมอุปกรณ์งานลดลงประมาณร้อยละ 39.20 มูลค่าความเสียหายลเลง 933,827.50 บาท
          จากปัญหาโจรกรรมทรัพย์สินอุปกรณ์งานทางของกรมทางหลวงดังกล่าว ส่งผลให้ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดซื้อจัดหามาติดตั้งทดแทนและยังมีผมให้เกิดผลกระทบต่อความสะดวกปลอดภัยและเป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทางได้
          กรมทางหลวงจึงมีแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการโจรกรรม ดังนี้ 1. สำหรับป้ายข้างทาง ใช้แผ่นป้ายเหล็กชุบสังกะสี (ทดแทนการใช้ป้ายอะลูมิเนียม) 2. ใช้การเชื่อมติดราวสะพานลอยคนเดินข้ามแทนการใช้นอตยึด (จากสภาพปัญหาที่ผ่านมาราวสะพานลอยมักโดนถอดนอตแล้วใช้เท้าถีบ)
          3. ตรวจตราทรัพย์สินกรมทางหลวงอย่างสม่ำเสมอ และควรจัดให้มีการตรวจ 24 ชั่วโมงในบริเวณที่มีปัญหาบ่อยครั้ง 4.จัดส่งรายงานเหตุการณ์และสำเนาคดี ให้สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อร่วมดำเนินการในการป้องกันแก้ไขปัญหา และติดตามผลทางคดีจากสถานีตำรวจท้องที่
          ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางและประชาชนผู้อาศัยอยู่บริเวณสองข้างทางหลวงช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นผู้กระทำผิดหรือสงสัยว่าจะกระทำผิด สามารถโทร.แจ้งได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง 0-2354-6530 สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ทุกวัน ในเวลาราชการ สายด่วนกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 0-2533-6111 หรือตำรวจทางหลวง 1193 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง--จบ--

          --ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 4 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--