| ลดคาร์บอนล่ม/ดันปลูกต้นไม้ลดภาษี |
|
| Friday, 03 September 2010 05:43 | ||||
|
เป้า7ล.ตันยังไกลลิบ/เปลี่ยนใจเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย ผ่านไป 3 ปี คาร์บอนไดออกไซด์ลดแค่ 1.16 ล้านตัน หันใช้มาตรการภาษีช่วย เตรียมเก็บค่าบำบัดน้ำเสียหลังดองมานานกลัวคะแนนหด เพื่อรักษาภาพ กทม.ลดโลกร้อน นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรม การกำกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการว่าด้วยการลดปัญหาภาวะโลกร้อนของกทม.พ.ศ. 2550-2555 ครั้งที่ 1/2553 เกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการว่าด้วยการลดปัญหาภาวะโลกร้อนของกทม.ซึ่งแบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและการปรับปรุงระบบจราจร 2. ด้านการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก3. ด้านการปรับปรุงการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคาร4. ด้านการจัดการขยะและบำบัดน้ำเสีย 5. ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
นายพรเทพกล่าวว่า กทม.สามารถประเมินปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงได้ 2 ด้าน คือด้านการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก และด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 0.91 และ 0.25 ล้านตันตามลำดับรวม 1.16 ล้านตัน ซึ่งเป้าหมายในการลดตามแผนปฏิบัติการฯ คือ ร้อยละ 15 ซึ่งจะต้องลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 7.3035 ล้านตันในขณะที่ปัจจุบันด้านที่สามารถคำนวณได้คิดเป็นร้อยละ 2.38 ในส่วนของอีก 3 ด้านนั้นสามารถประเมินปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงได้เพียงบางกิจกรรม เนื่องจากขาดฐานข้อมูลในการคำนวณและอยู่ระหว่างหารือผู้เชี่ยวชาญและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การลดปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คณะกรรมการฯ มีเป้าหมายว่าตั้งแต่ปี 50-55 จะลดให้ได้ 7 ล้านกว่าตัน แต่ขณะนี้ผ่านไป 3 ปีสามารถลดได้เพียง 1.16 ล้านตัน โดยการใช้พลังงานทางเลือก ลดได้ 0.91 ล้านตัน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดได้ 0.25 ล้านตัน ซึ่งการดำเนินการของ กทม. คือได้รณรงค์เรื่องของการขนส่ง ให้มีการขนส่งระบบรางเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มเส้นทางจักรยาน เพิ่ม 26 เส้นทาง 200 กิโลเมตรส่วนรถด่วนพิเศษสามารถลดปริมาณการใช้รถส่วนตัวได้ 10% มีการรณรงค์เรื่องการใช้พลังงานทดแทนโดยรถของ กทม.เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน 700 กว่าคัน ส่วนการเปลี่ยนหลอดไฟในตึกได้เริ่มแล้วรวมทั้งการทำสตรีท ไลท์ โดยการเปลี่ยนมาใช้หลอดแอลอีดี ซึ่งเป็นการเพิ่มแสงสว่าง ความปลอดภัย และยังส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการไฟฟ้านครหลวงลงทุน นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติกซึ่งตนคิดว่าการลดปริมาณก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของประชาชนมากกว่า รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กทม. อาจจะดำเนินการเกี่ยวกับภาษีคือ ภาษีต้นไม้ ซึ่งการลดภาษีโรงเรือนจากการปลูกต้นไม้ คือ ถ้าปลูกต้นไม้ในบ้านจำนวนเท่าใดก็จะลดภาษีโรงเรือนให้ขณะนี้กำลังขอข้อมูลรายละเอียดจากประเทศสิงคโปร์ รวมถึงภาษีจากการบำบัดน้ำเสีย โดยจะร่วมกับการประปานครหลวง ซึ่งจะเก็บตรงจากค่าน้ำประปา อาจจะเก็บเพิ่มประมาณ 10 - 20 สตางค์จากเดิมยูนิตละ 8 บาท นอกจากนั้น คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยซื้อพื้นที่ของเอกชนตามราคาประเมินมาตรฐาน หรือรับบริจาค โดยขณะนี้เหลืออีก 2 ปี ก็จะพยายามลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า กทม.จะเปิดตัวคู่มือเผยแพร่ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชุด "คลายร้อนให้โลก (ที่) รัก" ในวันอังคารที่14 กันยายน 2553 โดยจัดพิมพ์คู่มือดังกล่าวจำนวน 18,500 เล่ม เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน อีกทั้งยังเป็นการให้ความรู้และส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า การเปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำใส เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนด้วย--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
|
||||


