| คอลัมน์: Logistics Insight: การปรับตัวของธุรกิจโลจิสติกส์ไทยในกระแสการค้าโลก |
|
| Friday, 03 September 2010 05:33 | ||||
|
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ อย่างที่หลายสัปดาห์ก่อนได้ อรรถาธิบายถึงสภาวะการณ์ในปัจจุบันของธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของคนไทย ซึ่งกำลังเผชิญกับกระแสการค้าโลกที่ปรับเปลี่ยนกฎกติกาการทำธุรกิจและการแข่งขันทางธุรกิจของพวกเขา การเปิดเสรีทางการค้าและบริการที่มากขึ้น หรือ การยินยอมให้บริษัทต่างชาติมาประกอบกิจการในไทยง่ายขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่ภาครัฐทำข้อตกลงกับประเทศคู่ค้าต่างๆ ทั้งในอาเซียนเองและกับประเทศอื่นๆทั้งในอดีตและปัจจุบัน (เพื่อหวังว่าจะเป็นการขยายการค้า การให้บริการและโอกาสการลงทุนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ)แม้ว่าจะมีด้านบวกอยู่ค่อนข้างมาก แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้ทำให้อุณหภูมิทางการค้าการให้บริการและการทำธุรกิจโดยรวมของบริษัทโลจิสติกส์เหล่านี้ ตกอยู่ในสภาพการณ์แข่งขันที่ดุเดือด รุนแรงและปวดร้าว ยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจหรือบริษัทที่มีโครงสร้างด้านการตลาด ด้านการบริการและด้านการบริหารจัดการ ของตนเองที่จำกัดอ่อนแอและล้าสมัย บริษัทในกลุ่มนี้ ได้รับความเดือนร้อนอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสามถึงสี่ปีที่ผ่านมากับสภาพการทำธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนไปหลากหลายบริษัทต้องสูญเสียรายได้ ลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดไปอย่างน่าใจหายจากที่เคยเติบโตมาตลอดในช่วง 20 ถึง 25 ปีที่ผ่านมาในอัตราไม่น้อยกว่า 12 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ มาสู่สภาวะการหดตัวอย่างดิ่งเหวและตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ติดลบมากถึง 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และส่งผลให้หลากหลายบริษัทปิดกิจการลงมาตั้งแต่ปี 2549 และยังมีสัญญาณการปิดกิจการอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน (โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ ของตลาดต่างประเทศเข้าไปด้วย) บริษัทเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์แบบพื้นฐาน หรือ "Basic Services" ลักษณะการให้บริการ มีความยุ่งยากน้อยไม่สลับซับซ้อนและไม่ต้องอาศัยขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการ ทีมงาน หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมากนัก พื้นฐานการให้บริการ ก็จะเน้นในเรื่องการแข่งขันด้านราคาเป็นสำคัญ และรูปแบบการบริหารบริษัท ส่วนใหญ่ก็จะเป็นธุรกิจครอบครัว หรือ "Family Business" ที่เจ้าของเป็นผู้ตัดสินใจและบริหารจัดการในเกือบทุกเรื่อง ตั้งแต่การหาลูกค้า ติดต่อภายนอกจนถึงการดูแลเรื่องต่างๆ ภายในออฟฟิศ บริการโลจิสติกส์แบบพื้นฐาน ของบริษัทเหล่านี้ก็อย่างเช่น บริการด้านการขนส่งสินค้า ด้วยรถบรรทุกประเภทต่างๆ (Trucking Businesses), บริการด้านตัวแทนรับจองระวางเรือ ระวางเครื่องบิน หรือเที่ยวขนส่งสินค้าด้วยรถไฟ (Freight Forwarders), บริการด้านพิธีการศุลกากร (Customs Brokers or Customs Clearances), บริการด้านดำเนินการนำเข้าส่งออก(Shipping Agents), หรือ บริการด้านการรับฝากเก็บสินค้า (Storage or Warehousing Services) ทั้งนี้จากผลของการทำโครงการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ ที่ทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตลอดสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา พบว่า ข้อจำกัด หรือข้อเสียเปรียบของบริษัทโลจิสติกส์ของคนไทยในกลุ่มนี้ มีอยู่ด้วยกันอย่างน้อย 5 ด้านสำคัญ ที่ทั้งตัวบริษัทเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ ต้องตระหนัก และจะต้องเร่งปรับตัวดำเนินการโดยด่วน เพื่อให้สามารถแข่งขันอยู่รอดและขยายกิจการได้ในอนาคต ซึ่งได้แก่ 1.ชื่อเสียงและการยอมรับในด้านประสบการณ์การให้บริการโลจิสติกส์สมัยใหม่ (Advanced or Value Added Services) ที่สลับซับซ้อนกว่าการให้บริการพื้นฐาน "Basic Services" ที่บริษัทเชี่ยวชาญหรือคุ้นเคยอยู่ 2.คุณภาพทีมงานที่เป็นมืออาชีพ (Professional Services) มีความสามารถในการให้บริการสูง และเข้าใจในมิติต่างๆที่ต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งสามารถแนะนำทางเลือกต่างๆ ในการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของลูกค้าได้ด้วย 3.ความสามารถในการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับระบบเทคโนโลยีและการสื่อสารสมัยใหม่ ผ่านทางช่องทางอินเตอร์เนทโทรศัพท์มือถือและซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ช่วยทำงานต่างๆ 4.ขีดความสามารถในการขยายพื้นที่หรือสาขาให้บริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และรูปแบบลักษณะการให้บริการเหมือนบริษัทขนาดใหญ่หรือบริษัทต่างชาติ(โดยบริษัทคนไทยอาจจำเป็นต้องอาศัยการรวมตัวกันในลักษณะของเครือข่าย หรือพันธมิตรทางธุรกิจ (Logistics Alliances)) 5.แผนธุรกิจและแหล่งทุน ที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนา ดำเนินการ จัดหาและลงทุนอย่างเป็นระบบ เหมือนบริษัทชั้นนำทั่วไป โดยจำเป็นจะต้องมีการกำหนด ตลาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รูปแบบและบริการที่จะเพิ่มเติม ลักษณะการบริหารจัดการ รูปแบบการลงทุน การขยายการลงทุน และที่สำคัญการจัดการด้านการเงิน แหล่งทุน และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อรองรับสภาพตลาดการค้าที่จะปรับเปลี่ยนไปอย่างมากในอนาคต--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน
|
||||


