Home
ครม.ตีกลับร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีนสั่งคมนาคมทำกรอบเอ็มโอยูใหม่ก่อนเข้าสภาปลายปีนี้ Print
Wednesday, 01 September 2010 05:42
          นายกฯ สั่งคมนาคมเร่งทำกรอบการเจรจาเอ็มโอยู ลงทุนรถไฟไทย-จีน ชงเข้า ครม.อีกครั้งก่อนเสนอสภา ยันโครงการลงทุนไม่ซ้ำซ้อนลงทุนรถไฟไทย 1.7 แสนล้านบาท คาดเซ็นเอ็มโอยูได้ปลายปีนี้ “สุเทพ” ลั่นมีการทุจริตแน่ พร้อมเผยมีโอกาสตั้งบริษัทร่วมทุนสูง    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีการพิจารณากรอบการเจรจาความร่วมมือการพัฒนารถไฟ ระหว่างไทย-จีน เนื่องจากการกำหนดร่างกรอบการเจรจาที่จะเสนอสภา เพื่อให้เห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 นั้น ต้องเสนอโดยกระทรวงคมนาคม จึงให้คมนาคมกลับไปจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการเจรจา และนำกลับมาเสนอ ครม.อีกครั้งก่อนเสนอรัฐสภา ทำให้ยังไม่สามารถนำไปร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู ได้ทัน ในช่วงที่ตนจะเดินทางไปเยือนเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ต้นเดือนกันยายนนี้ แต่เชื่อว่าน่าจะลงนามเอ็มโอยูได้ภายในปลายปีนี้
          “ได้มีการซักซ้อมความเข้าใจร่วมกันแล้วในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งแผนการลงทุนรถไฟไทย-จีน จะไม่ซ้ำซ้อนกับแผนการลงทุนระบบรางของกระทรวงคมนาคม วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท เพื่อทำให้รถไฟวิ่งได้ด้วยความเร็ว 100-120 กม.ต่อชั่วโมง โดยไม่เกี่ยวข้องกับกรอบการร่วมลงทุนกับจีน ที่มีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบรางรถไฟของไทยให้เป็นรางมาตรฐาน หรือ 1.435 เมตร เพื่อทำให้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 200 กม.ต่อชั่วโมง ส่วนการลงทุนจะแบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกจะเป็นการสร้างทางกรุงเทพฯ-หนองคาย และเฟสที่ 2 เป็นการลงทุนเส้นทางกรุงเทพฯ-ชายแดนไทยกับมาเลเซีย” นายอภิสิทธิ์กล่าว
          ส่วนการลงทุนรถไฟความเร็วสูงใน 2 เส้นทาง คือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยองนั้น จะเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือพีพีพี โดยให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณารายละเอียด และความสนใจของเอกชนว่าสนใจร่วมทุนมากน้อยเพียงใด
          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงทุนรถไฟไทย-จีนนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะตั้งบริษัทร่วมทุนไทยกับจีน ในลักษณะเป็นหุ้นส่วนเพื่อดำเนินการโครงการนี้ ซึ่งจะทำให้การเดินทางของประชาชนสะดวกรวดเร็ว เพราะโครงการนี้ จะทำให้รถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 200 กม.ต่อชั่วโมง ลดเวลาที่ใช้เดินทางจากหนองคายมากรุงเทพฯ เหลือไม่เกิน 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ การลงทุนเส้นทางรถไฟไทย-จีนยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนที่ต้องการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟในภูมิภาคนี้
          “จะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด โดยไทยจะร่วมทุนโดยใช้สิทธิในที่ดินในการวางรางรถไฟ ส่วนการออกแบบและการก่อสร้างเป็นเรื่องของจีน มั่นใจว่าโครงการนี้คงไม่มีใครคัดค้าน เพราะถือว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะการขยายเส้นทางรถไฟส่งผลให้เกิดการลงทุนในจังหวัดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าสหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเข้าใจ เพราะเมื่อครบอายุสัมปทานรถไฟจะตกเป็นของรถไฟ” นายสุเทพกล่าว

          ที่มา: http://www.komchadluek.net