| ยกเลิกBRTสายหมอชิต-ศูนย์ราชการ |
|
| Tuesday, 31 August 2010 05:27 | ||||
|
นายวินัย ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวถึงปัญหาในการให้บริการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) สาย ช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ว่ายังติดปัญหาเรื่องรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่สับสนขับรถตัดเส้นทางบีอาร์ทีบริเวณทางแยกเพื่อกลับรถ รวมถึงมีรถจักรยานยนต์เข้ามาใช้เลนร่วมด้วยทำให้จราจรติดขัดค่อนข้างมากโดย เฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเบื้องต้นให้ปรับมาใช้ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบเป็นพื้นที่: Area Traffic Control(ATC) บริเวณทางแยกเพื่อลดปัญหาการจราจรในช่วงเร่งด่วนให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ใช้ถนน จากนั้นในวันที่ 1 กันยายน 2553 เป็นต้นไปจะเริ่มใช้สัญญาณ ATC ในวันธรรมดาด้วย
ส่วนระยะเวลาในการเดินรถขณะนี้ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งเป้าไว้คือ 5 นาที/คัน ซึ่งหากมีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมากก็ให้ปล่อยรถทันทีอาจเร็วกว่าเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ในช่วงเร่งด่วนยังพบปัญหาด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ท่าพระซึ่งเป็นเส้นทางร่วม มีการจอดบริเวณไหล่ทางทำให้รถวิ่งล่าช้า อย่างไรก็ตามปัญหาทั้งหมดนี้จะมีการแก้ไขให้ทันในช่วงของการเก็บค่าโดยสาร 10 บาท ในวันที่ 1กันยานนี้ สำหรับตั๋วโดยสารจะมี 2 ประเภท คือ ประเภทตั๋วสะสม (เติมเงิน) ซึ่งตั๋วเติมเงินนั้นจะสามารถใช้ร่วมกับระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถบีอาร์ทีได้ ส่วนตั๋วเที่ยวเดียวใช้ได้กับเฉพาะระบบบีอาร์ทีเท่านั้น ซึ่งการเก็บค่าโดยสารในเส้นทางสาทรถึงราชพฤกษ์จะเก็บถึงเดือนธันวาคม 2553 หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บค่าโดยสารเต็มอัตราในราคา 12 - 20 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 เป็นต้นไป นอกนั้นยังจะให้ประชาชนคืนบัตรโดยสารที่ตู้คืนโดยจะใช้แนวคิดคล้ายกับการ บริจาคเพื่อการกุศลด้วย ด้านนายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม กล่าวว่า การเดินรถบีอาร์ทีพบว่ามีปัญหาเกิดจากรถประเภทอื่นเข้ามาวิ่งกีดขวางช่องจราจร โดยเฉพาะในช่วงจุดกลับรถราชพฤกษ์ และมีรถกระจุกตัวบนสะพานพระราม 3 เนื่องจากประชาชนผู้ใช้เส้นทางยังไม่มีความเข้าใจในการช่องทางจราจร แต่หลังมีการจับปรับเกิดขึ้นทำให้ผู้ใช้ถนนมีการปรับตัว มากขึ้นปัญหาเริ่มน้อยลง นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวยอมรับว่าการเดินรถบีอาร์ทีในช่วงแรกทำให้การจราจรติดขัดมาก คนใช้รถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 60 % ไม่พอใจ แต่จากการปรับปรุงและ ตำรวจจราจรมีการจับปรับรถที่เข้ามาวิ่งในแทรกช่องทางบีอาร์ 3 เดือนแรกการจราจรเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ จากเดิมเดินรถได้ 5 กิโลเมตร/ชั่วโมง กลับมาเป็น 8 กิโลเมตร/ชั่วโมงแล้ว จากนี้ไปจะใช้เวลาในการประเมินอีก 4 เดือนเพื่อฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนอีกครั้งว่าพอใจหรือไม่อย่างไรหากการตอบรับไม่ดีก็อาจจะมีการทบทวนหรือยกเลิกในเส้นทางดังกล่าว อย่างไรก็ตามการดำเนินการรถเมล์ด่วนบีอาร์ทีในระยะต่อไปจะไม่แย่งช่องทางจราจรรถส่วนบุคคล ซึ่งจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ส่วนเส้นทางหมอชิต-ศูนย์ราชการ ที่เคยศึกษาไว้มีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากคณะกรรมการขนส่งและจราจรมีเงื่อนไขว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะสามารถดำเนินการระบบขนส่งมวลชนได้ต้องไม่ซ้อนทับกับแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งในเส้นทางดังกล่าวมีการซ้อนทับรถไฟฟ้าสายสีชมพู (มีนบุรี-แจ้งวัฒนะ) ที่ ครม.ได้อนุมัติไว้แล้ว หากจะมีการดำเนินการต่อไปจะต้องพิจารณาในเส้นทางอื่น--จบ-- ที่มา: http://www.naewna.com
|
||||


