Home
การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยมีความปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล Print
Thursday, 19 August 2010 08:01
          เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากแหล่ง macondo ของบริษัท BP ในทะเลลึกของอ่าวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน - กรกฎาคม 2553 เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ทำให้เกิดความกังวลและสงสัยว่า ในประเทศไทยจะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเช่นในอเมริกาหรือไม่ และไทยเรามีมาตรการป้องกันและแก้ไข หากเกิดเหตุทำนองนี้ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง?
          กิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยต้องดำเนินการโดยมีมาตรการและแผนงานในทุกขั้นตอนให้มีความปลอยภัยสูงสุด ตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม โดยในการเจาะหลุม ไม่ว่าหลุมสำรวจหรือหลุมพัฒนาผลิตก็ดี กฎกระทรวงกำหนดให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการพลุ่งพล่านของปิโตรเลียม หรือ BOP (Blowout Proventor) ถึง 3 ชั้น รวมทั้งจะต้องมีวาล์วนิรภัย (Satety Valve) ภายในหลุม(หากมีการผลิต) เพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่งด้วย เพื่อช่วยควบคุมความดันและปิดหลุมโดยอัตโนมัติหากมีเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของบริษัทผู้ดำเนินงานอยู่ประจำ และมีการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ อีกชั้นหนึ่ง
          นอกจากมีมาตรการป้องกัน (Provention) ตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมแล้ว ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เจาะหลุม ไม่ว่าในขั้นตอนสำรวจหรือขั้นตอนการผลิตก็ตาม บริษัทผู้ดำเนินงานจะต้องศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(ELA) เพื่อเสนอต่อคณะผู้ชำนาญการจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ตามกฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามกระบวนการของการจัดทำรายงาน EIA จะต้องมีการศึกษาผลกระทบและมาตรการป้องกันแก้ไขโดยละเอียด โดยมีการรับฟังความคิดเห็นรองประชาชน(อย่างน้อย 2 ครั้ง) ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดด้วย สำหรับประเทศไทยบริษัทผู้ดำเนินงานจะต้องมีแผนรองรับเพื่อแก้ไขและเผชิญเหตุต่างๆ ดังกล่าว(Mitigation Plan) และมีการทบทวนซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอทุกปีด้วย
          สิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย มีความปลอดภัยสูงและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ก็คือตลอดระยะเวลา 35 ปี ที่ผ่านมา มีการขุดเจาะเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยไปแล้วมากกว่า 5,000 หลุม โดยไม่เคยมีอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลอ่าวไทยแต่อย่างใดเลย อนึ่งทะเล อ่าวไทย มีน้ำลึกเพียง 30-80 เมตร ทำให้การควบคุมและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการพลุ่ง(BOP) บนแท่นเจาะมีความปลอดภัยกว่าเพราะตั้งอยู่บนแท่น ในขณะที่หลุมน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโกที่เกิดอุบัติเหตุ มีระดับความลึกของน้ำมากถึง 1,550 เมตร มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการพลุ่งอยู่ที่ก้นพื้นทะเล การควบคุมมีความซับซ้อนกว่ามากซึ่งเป็นสภาพที่ยากต่อการปฏิบัติงาน อีกทั้ง แหล่ง Macondo ในอ่าวเม็กซิโกซึ่งเกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มีความดันในหลุมสูงมาก
          แหล่งปิโตรเลียมของอ่าวไทยส่วนใหญ่เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ มีส่วนน้อยที่เป็นแหล่งน้ำมันดิบและยังเป็นแหล่งขนาดเล็กที่มีโครงสร้างทางธรณีวิทยาไม่ต่อเนื่อง อีกทั้ง ความดันใต้พิภพที่ก้นหลุมของแหล่งน้ำมันค่อนข้างต่ำ จึงไหลขึ้นมาเองได้ยากต้องมีปั๊มช่วยดูดหรือดันน้ำมันขึ้นมา โอกาสที่แรงดันตามธรรมชาติที่จะเกิดระเบิดพลุ่งขึ้นมาแบบที่อ่าวเม็กซิโกจึงเป็นไปได้ยากมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย
          ทั้งนี้ อ่าวไทยของเรา ก็มีแหล่งน้ำมันขนาดเล็กอันอยู่ใกล้ฝั่งในทะเลอาณาเขตที่ดำเนินงานด้วยความเรียบร้อยปลอยภัยมาแล้วทั้งในอดีตและปัจจุบัน อาทิ แหล่งนางนวล ที่ จ.ชุมพร และแหล่งสงขลา ที่ จ.สงขลา อันก่อประโยชน์สร้างรายได้แก่ชุมชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่อยู่ใกล้อีกด้วย
          จากสถิติสากลของอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลในทะเล (Oll Spill) พบว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกิจกรรมการขนส่งสินค้าหรือน้ำมันทางเรือ (71%) หรือทางท่อส่ง (16%) ถังเก็บ/โรงกลั่น (10%) ขณะที่มีเพียง 3% เท่านั้นที่มีเหตุมาจากกิจกรรมการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียม
          วันนี้ ประเทศไทยของเรายังต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ มากกว่าร้อยละ 60 คิดเป็นมูลค่านำเข้ากว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี แหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยช่วยลดการนำเข้าได้กว่า 357,000 ล้านบาทต่อปี เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทย และเป็นวัตถุดิบต้นทางของอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ทะเลอ่าวไทยนอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่ทุกคนตระหนักและต้องดูแลอย่างปลอดภัยแล้ว ก็ยังเป็นแหล่งทรัพยากรด้านพลังงานอันทรงคุณค่าที่จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงานให้แก่คนไทยนับเป็นแสนคน สร้างรายได้ทั้งทางตรงและอ้อมให้แก่ประเทศ และยังสามารถส่งคืนความเจริญแก่ท้องถิ่นอีกด้วย--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ