|
รบ.ทุ่ม1.7แสนล.พัฒนารถไฟไทย |
|
|
Sunday, 08 August 2010 15:40 |
|
นายกฯ ประเดิมโครงการพัฒนาระบบรถไฟไทย 1.7 แสนล้าน พร้อมเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทางระยอง-ประจวบฯ , หนองคาย-เชียงใหม่"ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท." ระบุ ลดอุบัติเหตุได้ปีละ 20% เมื่อวันที่ 7 ส.ค.53 นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดใช้เครื่องกั้นถนนอัตโนมัติ บริเวณที่หยุดรถไฟสวนสนประดิพัทธ์ และสถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ในปีที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุทางรถไฟบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร ทั้งที่ระบบรางควรเป็นระบบขนส่งหลักของประเทศที่สะดวกปลอดภัย และประหยัดพลังงาน
แต่ที่ผ่านมา การพัฒนาระบบรถไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะต้องใช้งบประมาณสูงและยังไม่มีการส่งเสริมการใช้ระบบรางอย่างจริงจัง แต่ในรัฐบาลชุดนี้ยืนยันชัดเจนว่าจะส่งเสริมการพัฒนาระบบรางให้เป็นระบบขนส่งหลัก โดยมีการวางแผนการใช้งบประมาณ การใช้งบฯ กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อปรับปรุงระบบรางทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร และเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะลงทุนเพื่อพัฒนาระบบรางใน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วยการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว การปรับปรุงพัฒนาหัวรถจักร และการปรับปรุงระบบความปลอดภัยโดยรัฐบาลเทงบฯ ลงทุนใน 3 ด้านดังกล่าวกว่า 170,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความเร็วของรถไฟได้มากขึ้นอีก 1 เท่าตัว จากเดิมที่ความเร็วเฉลี่ยรถไฟอยู่ที่ประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ การจัดทำเครื่องกั้นรางรถไฟอัตโนมัติ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการแล้ว ซึ่งระบบดังกล่าวจะมีประมาณ2,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยในจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศรวมทั้งรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงใน 4 เส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคาย,กรุงเทพฯ-ระยอง, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังแสวงหาความร่วมมือกับประเทศจีนเพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมกล่าวว่า เครื่องกั้นทางรถไฟอัตโนมัติที่นำร่องติดตั้งบริเวณที่หยุดรถสวนสนประดิพัทธ์และสถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์เป็นการใช้งบฯ แก้ไขปัญหาการรถไฟฯ วงเงิน170,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติการสนับสนุนเป็นก้อนแรกจำนวน 3 ล้านบาท ในการดำเนินการพัฒนาและติดตั้งเครื่องดังกล่าวส่วนงบฯ แก้ไขปัญหาส่วนที่เหลืออีก 169,997 ล้านบาท ที่จะขยายผลระบบเครื่องกั้นทางรถไฟทั่วประเทศอีก 2,000 กว่าจุด และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง การพัฒนาระบบหัวรถจักร และการพัฒนาด้านความปลอดภัยอื่นๆ ตามโครงการพัฒนา และยกระดับการขนส่งระบบรางของประเทศ จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะจัดหาเงินมาสนับสนุนระบบราง "นายกฯ ได้รับปากแล้วว่าจะเดินหน้าผลักดันระบบรางอย่างจริงจัง โดยจะเดินหน้าพัฒนารถไฟทั้ง 3 ด้านควบคู่กันไป ซึ่งความคืบหน้าการจัดหาหัวรถจักร ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเร่งทำทีโออาร์เพื่อจัดซื้อจัดจ้าง และการพัฒนาระบบรางขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการลงทุน" นายโสภณ กล่าว ด้าน นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่ร.ฟ.ท. นำร่องระบบเครื่องกั้นรถไฟแบบใหม่นี้ที่หัวหิน หลังจากนี้ ก็จะทยอยดำเนินการติดตั้งระบบนี้ที่จุดตัดรถไฟในพื้นที่สำคัญ ที่ได้มีการนำร่องโครงการสมาร์ท สเตชั่น ไปก่อนหน้านี้ อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.เชียงใหม่ จ.ลพบุรี และจ.กาญจนบุรี เป็นต้น และจะดำเนินการให้ครบทั้งหมดภายในปี 2557 โดยจุดตัดที่การรถไฟฯ จะดำเนินการเร่งด่วนนั้น นอกจากจะเป็นจังหวัดสำคัญ ก็จะมีการพิจารณาจากสถิติอุบัติเหตุของแต่ละจังหวัดซึ่งขณะนี้มีประมาณ 988 จุด ที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม หากการรถไฟฯ ได้รับงบฯ สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าจะช่วยลดสถิติอุบัติเหตุในแต่ละปีได้เฉลี่ยปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจุดตัดผ่านอีก 540 จุด ที่อยู่นอกเขตทางของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทนั้น ส่วนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ก็จะเข้ามาปรับปรุงเพื่อให้เกิดความปลอดภัย--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
|