Home
รถเมล์เอ็นจีวีมีสิทธิ์ค้างเติ่งอีกรอบ Print
Friday, 06 August 2010 08:41
          คลังติงแผนเออร์ลี่รีไทร์ไม่ชัดสศช. ชี้ถูก "รถเมล์ฟรี" กระทบชิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้โดยสารที่ใช้ประมาณการของโครงการนี้...          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 10 ส.ค.นี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้บรรจุวาระการพิจารณาแผนปรับปรุงการบริหารจัดการและบริการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม.29 ก.ย.2552 ในโครงการรถโดยสารปรับอากาศ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันเรียบร้อยแล้ว โดยในครั้งนี้กระทรวงคมนาคมรายงานว่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินการจัดหารถโดยสารฯ เพื่อพิจารณารายละเอียดขอบเขตงานให้ถูกต้องตามระเบียบและพิจารณาราคาให้เหมาะสมกับความเป็นจริง เกิดความโปร่งใส เปิดกว้าง และมีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

          ทั้งนี้ เห็นว่าควรแบ่งสัญญาเช่าเป็น 2 สัญญา สัญญาละ 2,000 คัน พร้อมกันนี้ ขสมก.ได้จัดทำแผนโครงการเกษียณอายุฯของพนักงานจำนวน 7,009 คน โดยใช้ข้อมูลจำนวนพนักงาน ณ เดือน ต.ค.2551 เมื่อครั้งที่เริ่มแผน ขณะที่ในปัจจุบัน ณ 30 เม.ย.2553 มีพนักงาน 16,036 คน ซึ่งตามโครงสร้างใหม่จะใช้พนักงานเพียง 9,974 คน ทำให้พนักงานต้องเข้าโครงการ 6,062 คน และจากการสำรวจมีพนักงานสมัครเข้าโครงการ 2,708 คน คิดเป็นวงเงินที่ต้องใช้ 2,532 ล้านบาท ขณะที่จะเหลือจำนวนพนักงานที่ไม่ได้เข้าโครงการ และเหลือเกินกรอบอัตรากำลัง 2,307 คน (เมื่อหักพนักงานที่จะเกษียณอายุตามปกติระหว่างปี 2553-2555 จำนวน 1,043 คนออกแล้ว) ส่วนการเตรียมพร้อม เรื่องอู่จอดรถได้ประสานกับภาคเอกชนที่ยินดีมอบให้ ขสมก.ใช้พื้นที่ไว้ 23 แห่ง และการเตรียมพร้อม สถานีเติมก๊าซเอ็นจีวี ที่ต้องใช้ก๊าซ 600 ตันต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีสถานีเติมก๊าซของ ขสมก. แล้ว 3 แห่ง และประสานกับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ก่อสร้างสถานีเอ็นจีวีในพื้นที่อู่ของ ขสมก. ทั้ง 23 แห่ง

          อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับแผนที่ ขสมก.ปรับปรุงมา โดยกระทรวงการคลังระบุว่า สถานะ ขสมก.ปัจจุบัน มีหนี้คงค้างสูงถึง 74,788 ล้านบาท ขณะที่แผนที่ปรับปรุงมายังไม่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยยังไม่แสดงถึงการลดภาระหนี้สินที่เป็นปัญหาหลัก รวมทั้งแผนปรับปรุงบุคลากรยังไม่ชัดเจน จึงควรไปทบทวนความเป็นไปได้ของรายได้ให้ชัดเจน ประกอบกับรายละเอียดในร่างทีโออาร์ ที่แบ่งสัญญาการเช่ารถเป็น 2 สัญญา สัญญาละ 2,000 คัน นั้น เห็นควรให้พิจารณาเปิดโอกาสผู้ประกอบการหลายรายเข้ามา โดยคัดเลือกข้อเสนอด้านราคาต่ำที่สุดเป็นลำดับแรก และคัดเลือกข้อเสนอราคาในลำดับต่อมาจนครบ 4,000 คัน ด้านโครงการเกษียณอายุฯที่ขอใช้งบไม่เกิน 2,532 ล้านบาท ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีพนักงานเข้าร่วมตามเป้าหมาย 6,062 คน และสมัครเข้ามาเพียง 2,708 คนเท่านั้น

          ด้าน สศช.ให้ความเห็นว่า มาตรการลดค่าครองชีพประชาชน หรือรถเมล์ฟรี ที่รัฐบาลกำลังพิจารณาเป็นมาตรการถาวร อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้โดยสารที่ใช้ประมาณการของโครงการนี้ และอาจต้องคงจำนวนพนักงานของ ขสมก. เพื่อให้บริการดังกล่าว 1,992 คน ซึ่งจะทำให้โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดไม่เป็นไปตามเป้าหมายเดิม อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าค่าเช่ารถที่คณะทำงานทำมาสูงขึ้นกว่าเดิมที่กำหนดไว้ 4,354 บาทต่อคันต่อวัน เป็น 4,690-5,170 บาทต่อคันต่อวัน หรือสูงขึ้นจากเดิม 336-1,084 บาทต่อคันต่อวันด้วย อีกทั้งการคงใช้สถานีเติมก๊าซของเอกชนเป็นหลักในช่วงแรก จะทำให้เกิดความเสี่ยงระยะยาวกรณีไม่สามารถทำตามแผนได้ด้วย.--จบ--



          ที่มา: http://www.thairath.co.th