|
ผุดแผนที่ GIS อัพเดตผังเมืองกทม. |
|
|
Tuesday, 03 August 2010 05:39 |
|
...อาทิตย์ เคนมี การเจริญเติบโตของเมืองกรุงเทพมหานคร(กทม.) มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การใช้สอยพื้นที่ในทุกตารางนิ้วมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศยังไม่มีการพัฒนาให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพเมืองใหญ่ ทำให้เป็นปัญหาต่อการวางผังเมืองและการกำหนดแผนพัฒนาเมืองโดยรวม
ตามนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้ประกาศไว้ว่า จะต้องพัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับมหานครชั้นนำระดับโลก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การแข่งขันทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย เพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพในพื้นที่ กทม. หนึ่งในแนวทางที่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง คือ การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศหรือ "จีไอเอส"มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน สำนักผังเมืองของ กทม. ยังคงใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 4,000 ซึ่งมีความละเอียดต่ำ และมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนถึง 40-50 เมตร สำนักผังเมืองจึงเตรียมจัดทำระบบเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ มาตราส่วน1 : 500 ซึ่งเป็นแผนที่เชิงเลขที่มีความละเอียดสูง สามารถระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำและมีความผิดพลาดเฉลี่ยไม่เกิน 10 ซม.เท่านั้นโดยตั้งวงเงินไว้ 960 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ภายในปี 2554 นี้ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์รองผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า ถึงเวลาจะต้องมีการสำรวจและปรับปรุงแผนที่ กทม.ให้ทันสมัย เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดวางผังเมืองในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม หรือพื้นที่ทางการเกษตร รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการวางระบบสาธารณูปโภคให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ด้านนายขุนพล พรหมแพทย์รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กล่าวว่า แผนที่จีไอเอสสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านผังเมืองจะช่วยในการจัดสรรพื้นที่ให้สอดคล้องกับทิศทางการขยายของเมืองและการใช้ประโยชน์ในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดผังเมืองรวม ผังโครงข่ายการคมนาคมขนส่ง เนื่องจากในแผนที่จะประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเส้นเขตพื้นที่การปกครองเส้นทางน้ำ ถนน รถไฟ ที่ตั้งของสถานที่สำคัญรวมทั้งข้อมูลสาธารณูปโภคต่างๆ สำหรับการประยุกต์ใช้ในงานด้านที่ดินและอาคาร จะช่วยสำรวจสิ่งก่อสร้าง อาคารพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม พื้นที่แผ่นดินทรุด กรรมสิทธิ์ที่ดิน การประเมินราคาที่ดินและการใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยรวม ส่วนในด้านงานโยธา สามารถใช้ประโยชน์จากแผนที่จีไอเอสในการควบคุมอาคาร การกำหนดความสูงของตัวอาคาร การวางแผนตัดถนน การคำนวณผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน เป็นต้น ขณะเดียวกัน แผนที่จีไอเอสยังสามารถประยุกต์ใช้กับหน่วยงานอื่นๆ ของ กทม. เช่นสำนักสิ่งแวดล้อม สามารถนำข้อมูลจากแผนที่มาช่วยในการวิเคราะห์ว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่เสี่ยงต่อมลพิษสูง และใช้เป็นข้อมูลในการร้องเรียนโรงงานที่ปล่อยมลพิษ สำนักการจราจรและขนส่ง นำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์เส้นทางที่เหมาะสมในการเดินทาง โดยอนาคตจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลลงในเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสภาพการจราจรในการเดินทางได้ รวมถึงการเชื่อมโยงกับกล้องซีซีทีวีและป้ายจราจรอัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กับงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านการระบายน้ำ ด้านการแพทย์ เช่น หากเกิดเหตุเร่งด่วนฉุกเฉินเจ้าหน้าที่จะสามารถวิเคราะห์สภาพพื้นที่ ค้นหาเส้นทางที่จะนำรถดับเพลิงหรือรถพยาบาลให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วที่สุด นายขุนพล กล่าวว่า หลังจากเริ่มโครงการจัดทำแผนที่จีไอเอสจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจและเก็บข้อมูลทั้งหมดในพื้นที่ กทม.คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี โดยขณะนี้ได้มีการลงนามประกาศเจตนารมณ์การใช้ข้อมูลร่วมกันกับ 33 หน่วยงาน เช่น กรมสรรพากรกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน การไฟฟ้านครหลวง บริษัท ทีโอที บริษัท ไปรษณีย์ไทยบริษัท ปตท. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาระบบต่อไป นายถิ่น หงษ์ทองหัวหน้าฝ่ายภูมิสารสนเทศทางผังเมือง กองสำรวจและแผนที่สำนักผังเมือง กล่าวว่า สภาพความเปลี่ยนแปลงของเมือง กทม. เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละปีจะมีการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นหลัง จึงจำเป็นต้องมีการปรับฐานข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เสมอ อย่างน้อย 4-6 เดือนต่อครั้ง ซึ่งเบื้องต้นสำนักผังเมืองได้มีการจัดทำแผนที่ 3 มิติ ขึ้นเผยแพร่ทางเว็บไซต์ เพื่อเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นๆ นำไปต่อยอดได้ ขณะที่นายดำเกิง ชำนาญค้าอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการจัดทำแผนที่เพื่อการจัดเก็บภาษีของ กทม. ทำให้ทราบว่า ที่ผ่านมา กทม.ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีที่ดินได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะขาดฐานข้อมูลที่ชัดเจน ดังนั้นหากมีการพัฒนาแผนที่ให้มีความละเอียดและแม่นยำมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยให้ กทม.จัดเก็บภาษีที่ดินได้ครบ 100% รวมทั้งจัดเก็บภาษีโรงเรือนและภาษีป้ายได้เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 20% ด้านนายชนินทร์ ทินนโชติอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า แผนที่จีไอเอสจะเกิดประโยชน์ขึ้นจริงก็ต่อเมื่อมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างทุกหน่วยงานเพื่อบูรณาการร่วมกันซึ่งปัจจุบันยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูล แต่หากมาร่วมกันได้จะช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาและทรัพยากรลงได้ สุดท้ายจะนำไปสู่การปรับฐานข้อมูลให้สอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน m--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
|