| กทพ.ให้เช่า5ทำเลทองใต้ทางด่วน สุขุมวิท-สีลม6หมื่นถึง5.4แสน/ปี |
|
| Tuesday, 03 August 2010 05:31 | ||||
|
กทพ.เผยผลศึกษา 5 ทำเลทองใต้ทางด่วนรวมพื้นที่กว่า 1.7 แสนตารางวาเปิดช่องพัฒนาเชิงพาณิชย์ทั้งสุขุมวิทสีลม อนุสาวรีย์ชัยฯ ถนนประดิษฐมนูธรรมและรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกโดยจะนำร่อง "สุขุมวิท-สีลม" ก่อนเผยค่าเช่าขั้นต่ำ 6 หมื่นถึง 5.4 แสนบาทต่อปี ระยะเวลา 15-30 ปี นายอัยยณัฐ ถินอภัย รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าขณะนี้ได้รับผลการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้วกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดให้พร้อมก่อนนำพื้นที่ออกประกาศเปิดขายซองประกวดราคาต่อไป สำหรับพื้นที่ทั้ง 5 ทำเลที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำเสนอประกอบด้วย 1. บริเวณถนนสุขุมวิท (เพลินจิต)ขนาดพื้นที่ 7,245 ตารางวา 2. ถนนสีลมขนาดพื้นที่ 1,606 ตารางวา 3. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ(ซอยศาสนา) ขนาดพื้นที่15,791 ตารางวา 4.ถนนประดิษฐมนูธรรม(ฉลองรัช) ขนาดพื้นที่ 108,946 ตารางวา และ5.ทางเข้าด่านจตุโชติ(รามอินทรา-วงแหวนรอบนอก) ขนาดพื้นที่ 43,699 ตารางวารวมขนาดพื้นที่ 177,287 ตารางวา "เบื้องต้นจะนำร่อง 2 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่ใต้ทางด่วนเฉลิมมหานคร(สุขุมวิท)อยู่ใจกลางเมืองเตรียมแผนพัฒนาให้เป็นพื้นที่เช่าเพื่อธุรกิจและการค้าขายส่วนหนึ่งอาจปรับเป็นทางจักรยาน ทางเท้า ที่จอดรถเก็บเงินรายเดือนโดยคาดว่าจะมีประมาณ 65 ร้าน ร้านอาหารอีก 70 ร้านพื้นที่ที่ 2 คือพื้นที่ใต้ทางด่วนศรีรัช(สีลม)มีแผนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแบบผสมผสานได้แก่ ศูนย์บริการรถขนส่ง ตลาดชุมชนลานจอดรถให้เช่าทำทางลัดเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร นอกจากนั้นยังสามารถพัฒนาเป็นตลาดอาหาร มินิพลาซาตลอดจนลานกีฬาชุมชน"รองผู้ว่าการกทพ. กล่าวและว่า ส่วนพื้นที่อีก3 ทำเลคาดว่าจะยกยอดไปพัฒนาในปี 2554 ซึ่งตามผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่3อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปัจจุบันเป็นที่จอดรถตู้อยู่แล้วจึงพัฒนาให้เป็นห้องพักรอผู้โดยสาร ห้องขายตั๋ว ห้องน้ำ ร้านเครื่องดื่ม และร้านค้า โดยจะจัดระเบียบการจอดรถตู้และการจราจรไม่ให้กีดขวาง มีพื้นที่สวนสาธารณะ ขายอาหารและสินค้าที่ได้มาตรฐาน ชั้นบนยังสร้างเป็นชานชาลาใหม่รองรับผู้โดยสารรอขึ้นรถพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกโดยจะย้ายสำนักงานด่านพหลโยธิน 2 มาอยู่ด้วย ส่วนพื้นที่ 4 ถนนประดิษฐมนูธรรมเริ่มตั้งแต่ซอยศูนย์วิจัยไปจนถึงถนนรามอินทราเหมาะที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาชุมชน ลานกิจกรรม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกร้านอาหารขนาดใหญ่ และพื้นที่ที่5รามอินทรา-วงแหวนรอบนอกที่เปรียบเสมือนประตูทางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครจึงเหมาะทำเป็นจุดพักรถลานจอดรถ จุดซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ที่ครบ ครันด้านบริการโดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าโลจิสติกส์ "กทพ.จะทำการเปิดพื้นที่ทั้ง5 ทำเลให้นักลงทุนผู้สนใจได้พิจารณาละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยจะนำร่องพื้นที่ 2 ทำเลแรกก่อนที่คาดว่าจะได้ผู้รับสัมปทานภายในสิ้นปีนี้โดยเปิดกว้างให้ผู้สนใจทั่วไปเพื่อให้ได้ผลตอบแทนแก่รัฐให้มากที่สุดแต่มีเงื่อนไขการก่อสร้างพื้นที่ใต้ทางด่วนควรยึดถือตามเกณฑ์มาตรฐานของกทพ." สำหรับรูปแบบการลงทุนในเบื้องต้นนั้นตามผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ (1) กทพ.ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดูแลแต่ละพื้นที่ ซึ่งกทพ.จะเป็นผู้ถือหุ้นบางส่วนและดำเนินการตั้งแต่ กำหนดยุทธศาสตร์ก่อสร้าง และบริหารจัดการ ซึ่งบริษัทลูกดังกล่าวสามารถเลี้ยงตัวเองได้และ(2)กทพ.ร่วมดำเนินการกับหน่วยงานอื่น ทั้งภาครัฐและเอกชน(Joint venture) โดยกทพ.ทำหน้าที่กำกับดูแล มีทั้งการหาผลประโยชน์ด้วยการเช่าพื้นที่ ให้เช่าติดตั้งป้าย ให้เช่าร้านขนาดเล็ก สัญญาเช่ามีตั้งแต่ ระยะกลาง 15 ปี ระยะยาว30 ปี คิดค่าเช่าต่อปีเท่ากับ2%ของราคาที่ดินหรือราคาประเมินที่ดินในขณะนั้นทั้งยังต้องปรับขึ้นค่าเช่า 5% ทุกปีทั้งนี้ในเบื้องต้นได้มีการกำหนดเกณฑ์ราคาค่าเช่าไว้ตั้งแต่ต่ำกว่า 60,000 บาทไปจนถึง540,000 บาทต่อปี ขึ้นไป.--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 1 - 4 ส.ค. 2553--
|
||||


