| ชงทุ่ม 2 พันล.ทำรถไฟขนส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง |
|
| Monday, 02 August 2010 15:13 | ||||
|
ภายใต้วงเงินรวม 2,025.300 ล้านบาท แบ่งการลงทุนเป็น 2 ระยะ และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมงานใน 2 ทางเลือก โดยเริ่มขออนุมัติพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ จัดหาเครื่องมือก่อน... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ (3 ส.ค.) กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ครม.พิจารณา เรื่องการดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลม ฉบัง โดยขออนุมัติให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้งบประมาณลงทุนของ กทท. วงเงินรวม 2,025.300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดหาเครื่องมือยกขนหลักสำหรับใช้ในโครงการฯ โดยกระทรวงคมนาคม (คค.) รายงานว่า กทท. ได้นำเสนอโครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง (Rail Transfer Terminal) เพื่อทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดหาเครื่องมือยกขนหลักสำหรับใช้ในโครงการ ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับแผนการลงทุน ทาง กทท. จะทำการก่อสร้างลานขนถ่ายตู้สินค้าทางรถไฟ (Rail Yard) ในพื้นที่โซน 4 อยู่ระหว่างท่าเทียบเรือชุด B และชุด C ของท่าเรือแหลมฉบังเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ (จะใช้ในครั้งนี้ประมาณ 370 ไร่ และสำรองไว้อีกประมาณ 230 ไร่) โดยลักษณะของ Rail Yard จะมีการติดตั้งรางรถไฟลักษณะเป็นพวงราง จำนวน 6 ราง โดยติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง (Rail Mounted Gantry Crane: RMG) ที่สามารถทำงานคร่อมทางรถไฟได้ทั้ง 6 ราง ในเวลาเดียวกัน จะมีขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าได้ถึง 2.0 ล้านทีอียู/ปี ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับงบประมาณลงทุนในโครงการ การลงทุนแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เป็นการพัฒนาเพื่อรองรับตู้สินค้าจนถึงระดับ 1.0 ล้านทีอียู/ปี และพัฒนาเพิ่มเติมในระยะที่ 2 เพื่อให้สามารถรองรับตู้สินค้าได้ถึง 2.0 ล้านทีอียู/ปี ที่ กทท.จะลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและจัดหาเฉพาะระบบเครื่องมือยกขนหลัก (Major Equipments) และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมงานโดยเลือกจาก 2 ทางเลือก ดังนี้ คือ 1.เอกชนจัดหาบุคลากรมาทำงานด้านการยกขนตู้สินค้า (Operation) ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือย่อยและระบบ IT สำหรับปฏิบัติการ โดย กทท.เป็นผู้จัดเก็บรายได้และควบคุมกำกับการดำเนินงานของเอกชนและควบคุมด้านการเงิน และ 2.เอกชนเป็นผู้ลงทุนจัดหาเครื่องมือย่อยและระบบ IT สำหรับปฏิบัติการและดำเนินการด้านการบริหารประกอบการทั้งหมด ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทั้งนี้การให้เอกชนเข้าร่วมงานจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ ให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่ง กทท. จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการในภายหลังพร้อมกับการเสนอขอปรับปรุง โครงสร้างและอัตราค่าภาระขั้นต่ำ/สูงของการยกขนตู้สินค้าขึ้นลงรถไฟใหม่ให้ เหมาะสม โดยในชั้นนี้เป็นการขออนุมัติดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ จัดหาเครื่องมือยกขนหลักก่อน--จบ-- ที่มา: http://www.thairath.co.th
|
||||


