| กทช.ดีเดย์เลิกโทร.ใน-นอกเครือข่าย "ดีแทค"ชี้กระทบลูกค้ารับภาระค่าบริการแพงขึ้น |
|
| Thursday, 22 July 2010 05:48 | ||||
|
"กทช." ออกคำสั่งให้ยกเลิกการกำหนดอัตรา "โทร.ใน-นอกเครือข่าย" ต่างกัน มีผลแล้วตั้งแต่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ค่ายมือถือหวั่นกระทบผู้บริโภคเสนอเปิดช่องเป็นทางเลือกให้ลูกค้า "ดีแทค" ค่าบริการโดยเฉลี่ยจะแพงขึ้น เพราะค่าโทร. off-net สูงกว่า 1 บาท ขณะที่ลูกค้า 80% ใช้งานในเครือข่ายเป็นหลัก ฟาก "กทช." เปิดทางเอกชนหารือแนวทางปฏิบัติ ขณะที่บริการ "คงสิทธิเลขหมาย" ขยับไปเปิด ต.ค.นี้ รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า คำสั่ง กทช.เรื่องการห้ามเรียกเก็บค่าบริการในกิจการโทรคมนาคมจากผู้ใช้บริการในอัตราที่แตกต่างกันสำหรับบริการโทรคมนาคมลักษณะหรือประเภทเดียวกัน มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.ห้ามผู้รับใบอนุญาตหรือ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดำเนินการจัดทำรายการส่งเสริมการขายในลักษณะที่มีการเรียกเก็บค่าใช้บริการโทรคมนาคมจากผู้ใช้บริการของตนในอัตราที่แตกต่างกัน สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในโครงข่าย (on-net) และการให้บริการระหว่างโครงข่าย (off-net) 2.ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่าผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีการจัดทำรายการส่งเสริมการขายที่กำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าใช้บริการโทรคมนาคมจากผู้ใช้บริการของตนในอัตราแตกต่างกัน สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในโครงข่ายและการให้บริการระหว่างโครงข่าย เลขาธิการ กทช.จะใช้อำนาจตามมาตรา 64 มาตรา 65 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กำหนดมาตรการบังคับทางปกครองโดยเคร่งครัดต่อไป สาเหตุที่ กทช.มีคำสั่งในเรื่องดังกล่าวเพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจัดทำรายการส่งเสริมการขาย โดยเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการของตนในอัตราที่แตกต่างกัน เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และข้อ 17 ของประกาศ กทช.เรื่องอัตราขั้นสูงที่ระบุว่า ต้องไม่กำหนดอัตราในลักษณะที่เป็นการกีดกันทางการค้า ซึ่งมีผลเป็นการจำกัดการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม ดังนั้นเพื่อส่งเสริมการแข่งขันและคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมหลายสิบล้านคนที่ต้องมีภาระในการตรวจสอบอัตรา ค่าบริการในเลขหมายโทรคมนาคมปลายทางที่ใช้บริการแต่ละครั้ง ว่าเป็นการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในโครงข่าย (on-net) หรือระหว่างโครงข่าย (off-net) กทช.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 55 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และมติในการประชุมครั้งที่ 10-2553 เมื่อ 28 เมษายน 2553 ออกคำสั่งดังกล่าว นายสุรนันท์ วงศ์วิทยะกำจร กรรมการ กทช. กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนเชื่อว่ากลไกการแข่งขันในตลาดปัจจุบันจะไม่ทำให้อัตราค่าบริการโดยเฉลี่ยของค่ายมือถือแพงขึ้น หรือทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการมีทางเลือกน้อยลง เพราะในเชิงการตลาดผู้ให้บริการมีความสามารถคิดพลิกแพลงรูปแบบรายการส่งเสริมการขายได้หลากหลายเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าทดแทนรูปแบบวิธีคิดค่าบริการแตกต่างกันระหว่างในกับนอกเครือข่าย "กฎหมายกำหนดให้บริการประเภทเดียวกันต้องคิดค่าบริการเหมือนกัน กทช. จึงต้องออกคำสั่งยกเลิก on-net และ off-net ซึ่งแจ้งไปยังผู้ประกอบการและมี ผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะไม่มีผลย้อนหลัง แต่ตั้งแต่ 14 ก.ค.ห้ามคิดแยกในและนอก เครือข่าย ซึ่งหากผู้ประกอบการยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ มีข้อขัดข้องหรือไม่เข้าใจก็เข้ามาหารือกันได้ เพราะเราต้อง การให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบน้อยที่สุด" สำหรับการเปิดให้บริกาคงสิทธิเลขหมายที่กำหนดว่า ต้องเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมนี้ ล่าสุดเอกชนได้ขอเลื่อนการเปิดให้บริการไปอีก 53 วัน เป็นปลายเดือน ต.ค. เนื่องจากติดตั้งอุปกรณ์ล่าช้ากว่ากำหนด เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองใน ช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในการประชุมบอร์ด กทช. วันที่ 21 ก.ค.นี้จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ การพิจารณาว่ามีเหตุผลเพียงพอให้เลื่อนเปิดหรือไม่ นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า คำสั่งห้ามคิดค่าโทร.ในและนอกเครือข่ายเท่ากันจะมีผลกระทบต่อการทำตลาดในกรณีที่ กทช. บังคับใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเข้มงวด แต่ถ้ามีความยืดหยุ่นก็ไม่น่ามีผลกระทบมากนัก แต่โดยรวมแล้วจะทำให้อัตราค่าบริการโดยเฉลี่ยปรับสูงขึ้น เพราะการโทร.นอกเครือข่ายมีต้นทุนค่าเชื่อมต่อโครงข่ายที่นาทีละ 1 บาท ขณะที่ 70-80% ของลูกค้าใช้งานในเครือข่ายเป็นหลัก ทั้งนี้ดีแทคจะทยอยเปลี่ยนโปรโมชั่นให้เป็นไปตามคำสั่งของ กทช. ส่วนโปรโมชั่นเดิมคงต้องรอให้หมดอายุเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า การปรับราคาการโทร.ในและนอกโครงข่ายให้เท่ากันจะมีผลให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการโทร.ตามไปด้วย ทำให้ข้อมูลสถิติการโทร.ของลูกค้าในอดีตไม่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาดได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับการวางแผนโครงข่าย ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้บริโภคกันใหม่และอาจมีผลกระทบกับคุณภาพการให้บริการในระยะสั้นด้วย หน้า 28--จบ-- --ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 22 - 25 ก.ค. 2553-- ที่มา: http://www.matichon.co.th/prachachart
|
||||


