|
คมนาคมรุกต่อระบบรางเข็นรถไฟความเร็วสูงเข้าครม. |
|
|
Thursday, 04 March 2010 17:06 |
|
ผ่านมาสภาพัฒน์เคยศึกษาความเหมาะสมของรถไฟความเร็วสูง และหากสนข.จะนำมาสานต่อคงไม่ใช่เรื่องยากเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการก่อสร้าง สร้อยทิพย์ ไตรสุทธ์ ผู้อำนวยการสนข.กล่าวว่า หลังจากนี้สนข.จะรวบรวมข้อมูลการประชุมความเห็นและแนวทางการลงทุนไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อให้พิจารณาภายในสัปดาห์นี้โดยจะเสนอแนวทางการลงทุนให้กระทรวงพิจารณา 2 แนวทางคือ แนวทางปรกติ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนเช่นเรียงลำดับความสำคัญของเส้นทาง ตั้งงบประมาณ ตั้งคณะกรรมการตามมาตรา13 เพื่อเสนอให้ครม.พิจารณา ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง คือ
การให้เอกชนร่วมลงทุนหรือ PPP เช่นรัฐบาลอนุมัติให้ก่อสร้างทุกเส้นทาง สนข.ก็จะนำโครงการทั้งหมดมาให้เอกชนพิจารณาว่าสนใจโครงการใด ก็ให้เสนอแผนการลงทุนมา ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานได้มากกว่าแนวทางแรก แต่ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะต้องเสนอไปยังคณะกรรมการ PPP ของกระทรวงการคลังที่มีไตรรงค์ สุวรรณคีรีเป็นประธานพิจารณาก่อนสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานบอร์ดรฟท. กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงทั้ง 4เส้นทางเข้าครม.พิจารณาในเดือนมี.ค.นี้ ซึ่งหากครม.เห็นชอบก็จะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการก่อสร้างในราวปลายปี 2554 และเสร็จปี 2559โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงมีระยะทาง2,000 กม.มูลค่า 650,000 ล้านบาท ประกอบด้วยสายเหนือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่,สายตะวันออกเฉียงเหนือ, กรุงเทพ-หนองคาย,สายตะวันออก กรุงเทพฯ-จันทบุรี และสายใต้กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์โดยเส้นทางที่ให้ผลตอบแทนและมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ คือเส้นทางสายใต้ ระยะทาง 982 กม.วงเงินก่อสร้าง 270,000 ล้านบาท ที่สำคัญคือสามารถเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเช่น มาเลเซีย สิงคโปร์"เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้รฟท.ตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13เพื่อศึกษาผลตอบแทนทางการเงิน แนวเส้นทาง รวมถึงการสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเวนคืนที่ดินซึ่งหากได้รับงบประมาณเวนคืนก็จะเข้าไปดำเนินโครงการได้ทันที"สุพจน์กล่าวส่วนกรณีที่ทางสภาพัฒน์ระบุว่าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ควรก่อสร้างในรัศมีไม่เกิน300 กม.จากกทม.นั้น ตนมองว่าจะไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไปเพราะเป็นเส้นทางระยะสั้น อีกทั้งวัตถุประสงค์หลักของรถไฟความเร็วสูง คือ การขนส่งผู้โดยสารเดินทางไกล ดังนั้นหากจะสร้างเพียงรัศมี 300 กม. ไม่น่าจะเกิดประโยชน์มากนอกจากนี้เพื่อให้การพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูงให้พัฒนาได้เร็ว กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอของบประมาณในการดำเนินการสร้างระบบรางเพิ่มอีก 18,000 ล้านบาท จากเดิมที่ขอไป 150,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มการก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานเช่นศูนย์ซ่อมหัวรถจักร ศูนย์ขนส่งและกระจายสินค้าแห่งที่ 2เป็นต้นโดยกระทรวงจะเสนอให้ที่ประชุมครม.อนุมัติในเดือนมี.ค.นี้เช่นกันด้านแหล่งข่าวจากรฟท.กล่าวว่า"รถไฟความเร็วสูงคงไม่ได้ลงทุนในเร็วๆนี้ เพราะขนาดรถไฟรางคู่รัฐบาลยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนได้ และมองว่าโครงการดังกล่าวหวังผลทางการเมืองมากกว่าที่ต้องการสร้างกระแสความนิยม"--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 8 - 14 มี.ค. 2553--
|