|
ทางหลวงวืดงบ6,400ล้าน 30โครงการไทยเข้มแข็งทำไม่ทัน |
|
|
Thursday, 04 March 2010 17:05 |
|
คมนาคมเจอพิษมติครม. ต้องคืนงบไทยเข็มแข็งให้รัฐมูลค่า 6,400 ล้านบาท เพื่อโยกไปให้โปรเจคอื่นที่พร้อมก่อน หลังพบกรมทางหลวงไม่สามารถดำเนินงานได้ทันตามกำหนด ทำให้โครงการขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2 สะดุดนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจำเป็นต้องคืนงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ให้กับรัฐบาลประมาณ 6,400 ล้านบาท
จากงบทั้งหมดที่ได้รับ 39,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณในส่วนของกรมทางหลวง (ทล.) เนื่องจากไม่สามารถที่จะดำเนินโครงการได้ทันมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณที่จะใช้สำหรับการดำเนินโครงการเร่งรัดขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 ได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานที่ยังไม่ได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณจากโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 199,960 ล้านบาท ให้เร่งดำเนินการจัดส่งข้อมูลให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรเงินโครงการลงทุนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 และกรณีหน่วยงานได้รับจัดสรรเงินแล้ว แต่ยังไม่ลงนามในสัญญาให้เร่งดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2553 หากไม่สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าว ให้ยุติโครงการและนำเงินจากโครงการไปให้โครงการที่มีความพร้อมในการดำเนินการมากกว่านายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า คงต้องคืนงบประมาณให้กับรัฐบาลไป 6,400 ล้านบาท จากวงเงินที่ทล.ได้รับจัดสรรตามแผนไทยเข้มแข็ง 23,626 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำแผน และการทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง"พอรู้ว่า มติครม.ออกมาอย่างนี้ ให้รีบดำเนินการ เราก็รู้แล้วว่าไม่ทัน ทั้งในส่วนออกแบบ แค่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ทันแล้ว เพราะต้องใช้เวลาถึง 60 วัน โครงการที่ได้รับผลกระทบมีประมาณ 30 โครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ประมาณ 8 โครงการ อย่างไรก็ตามกรมทางหลวงจะแก้ไขปัญหาโดยการเอาโครงการเหล่านี้ไปจัดไว้ในปีงบประมาณ 2554 เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มีแผนการดำเนินการอยู่แล้ว" นายวีระ กล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า การดำเนินโครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) ซึ่งตามแผนงานได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ 11 ปี ตั้งแต่ปี 2539-2549 แต่ปัจจุบันการดำเนินการก่อสร้างมีความล่าช้ากว่าแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งมีเป้าหมายระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 5,387 กิโลเมตร แต่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จแล้ว 2,257 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 542 กิโลเมตร และยังไม่ได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินงานอีก 2,588 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบัน ทล.ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณประจำปีไม่เพียงพอสำหรับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวอย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาระบบทางหลวงให้มีประสิทธิภาพในการรองรับการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้เชื่อมต่อกันเป็นระบบ ทำให้ประชาชนสามารถใช้เดินทางได้มากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและเป็นตัวชี้นำการกระจายความเจริญไปสู่ชนบทและภูมิภาคต่างๆอย่างทั่วถึง และ เพื่อพัฒนาส่งเสริมเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนนที่จะเชื่อมกับต่างประเทศในเชิงรุก รวมทั้งการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศบรรยายภาพ B-2:สุพจน์ ทรัพย์ล้อม--จบ-- กรุงเทพฯ--4 มี.ค.--แนวหน้า
|